ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

คุ๊กกี้ข้าวโอ๊ตลูกเกด Raisin Oatmeal Cookies




คุ๊กกี้ข้าวโอ๊ตลูกเกด Raisin Oatmeal Cookies (สูตรแท้จากแม่บ้านอเมริกา USA)


คุ๊กกี้ (Cookie) เป็นขนมหวานหรือของทานเล่น ประเภท อบ ส่วนผสมหลักประกอบด้วย แป้งสาลีหรือแป้งชิดอื่นๆ ไข่ น้ำตาล เนยหรือน้ำมันพืช และส่วนผสมอื่นๆ เพื่อเพิ่มรสชาติ เช่น ช็อกโกแลตชิป ลูกเกด ถั่วต่างๆ เป็นต้น 

ลูกเกด (Raisin) องุ่นอบแห้ง มีรสหวาน อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แต่มีวิตามิน C ไม่มีคลอเลสเตอรอล

ข้าวโอ๊ต (Oatmeal) เป็นธัญพืชที่นิยมรับประทานกันมาก เพราะอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารและโปรตีน และช่วยลดคลอเลสเตอรอล


ส่วนผสมคุ๊กกี้ข้าวโอ๊ตลูกเกด (Raisin Oatmeal Cookies)


เนยเค็ม/จืด อุณหภูมิห้อง                1/2 ถ้วยตวง

น้ำตาลทรายแดง                            1/2 ถ้วยตวง

น้ำตาลทรายขาว                             1/4 ถ้วยตวง

ไข่ไก่                                                   1 ฟอง

วนิลา                                               1/2 ช้อนโต๊ะ

แป้งสาลีอเนกประสงค์                     3/4 ถ้วยตวง

เกลือ                                                1/2 ช้อนชา

เบกกิ้งโซดา                                    1/2 ช้อนชา 

ผงอบเชย                                        1/2 ช้อนชา

ผงลูกจันทน์                                    1/4 ช้อนชา (ไม่ชอบไม่ใส่) 

ลูกเกด                                            3/4 ถ้วยตวง

ข้าวโอ๊ต                                       1 1/2 ถ้วยตวง

#สามารถเพิ่มวอลนัท 1/4 ถ้วยตวงได้ค่ะ (หากชอบ)
#สูตรนี้ได้คุ๊กกี้ 12 ชิ้นค่ะ 

วิธีทำคุ๊กกี้ข้าวโอ๊ตลูกเกด (Raisin Oatmeal Cookies)

1. เตรียมเตาอบและกระดาษไข

ตั้งอุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 350°F (175°C) ก่อนอบขนม 10 นาที ตัดกระดาษไขรองถาดอบขนมให้พอดีกับตัวถาด จากนั้นฉีดสเปรย์เนยหรือทาเนยละลาย (น้ำมันพืชก็ได้) ลงที่กระดาษไขที่เราตัดรองถาดอบขนมไว้แล้ว เสร็จแล้วพักไว้ 

2. ผสม เนย น้ำตาล และไข่ 

เลือกใช้ชามขนาดกลาง ใส่เนยลงไปตีให้เป็นเนื้อครีม เติมน้ำตาลทรายแดง ทรายขาว ตีต่อไปประมาณ 3 นาที จนส่วนผสมเข้ากันดี จากนั้นเติมไข่และวนิลา ตีต่อไปจนกว่าจะเป็นเนื้อเดียวกัน 

ส่วนผสมเนยน้ำตาล


“หากใช้ตะกร้อไฟฟ้า สามารถรวมส่วนผสมทุกอย่างลงในชามขนาดกลางได้เลยค่ะ (ตามรูปด้านบน) จากนั้นจึงตีส่วนผสมให้เข้ากันประมาณ 3 นาที”

เนยน้ำตาลหลังตีเสร็จแล้ว


3. เต็มส่วนผสมแห้ง 

ผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ เกลือ เบกกิ้งโซดา ผงอบเชย ผงลูกจันทน์ ในกระชอนและร่อนลงไปในชามส่วนผสมเนยน้ำตาลที่เราเตียมไว้แล้ว ใช้ไม้พายคนให้เข้ากัน จากนั้นเต็มลูกเกดและข้าวโอ๊ตลงไป คนให้เข้ากันอีกทีเป็นอันเสร็จขั้นตอนส่วนผสมนะค่ะ 




“เคล็ดไม่ลับ: หากใช้ข้าวโอ๊ตรีด (Rolled oats) พักแป้งโดว์ 2 ชั่วโมงก่อน ค่อยปั้นก้อนอบจะอร่อยยิ่งขึ้น (แป้งโดว์สามารถแช่เย็นไว้ได้ 2 วัน ก่อนนำมาปั้นก้อนอบ


4. ปั้นก้อนแป้งโดว์ 

ใช้ที่ตักไอติมตักแป้งโดว์ออกมาว่างบนกระดาษใขที่เราเตรียมไว้ โดยว่างห่างกันประมาณ 2 นิ้ว 



5. อบคุ๊กกี้ 

เราจะอบจนกว่าขอบคุ๊กกี้จะเป็นสีเหลืองทองไหม้ โดยใช้เวลา 10-12 นาที เมื่อคุ๊กกี้สุกแล้วก็ให้เอาออกจากเตาอบมาพักไว้

อบเสร็จแล้วจร้าาา


ปล. อบเสร็จแล้วคุ๊กกี้จะดูเหมือนยังไม่สุก ขอบคุ๊กกี้ยังจะไม่เป็นสีเหลืองทองไหม้ ไม่ต้องตกใจไปนะค่ะ รอเค้าเย็นแล้วทุกอย่างจะสวยงามค่ะ 


6. พัก ย้ายออกจากถาดอบ และจัดเก็บ

พักคุ๊กกี้ที่อบแล้วประมาณ 2-5 นาที เสร็จแล้วใช้เกียงตักขนมตักคุ๊กกี้ออกจากถาดมาว่างบนตะแกงพักขนม จนกว่าคุ๊กกี้จะหายร้อน คือเค้าต้องเย็นสนิท (คุ๊กกี้จะยังนิ่มอยู่ หากยังไม่หายร้อน) 
เราสามารถเก็บคุ๊กกี้ได้นาน 5 วัน โดยไม่ต้องแช่เย็นค่ะ 


ข้อมูลโภชนาการพอสังเขป (ต่อคุ๊กกี้ 1 ชิ้น)

  • แคลลอรี่      96 กรัม
  • ไขมัน             4 กรัม
  • คาร์ป           13 กรัม
  • โปรตีน           2 กรัม

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บิสมาร์ค (Bismarck) เมืองเล็กไม่ดัง.. แต่เที่ยวแล้วสบายใจ

บิสมาร์ค (Bismarck) เป็นเมืองเล็กๆ น่ารักตั้งอยู่ตรงกลางภาคเหนือ ของอเมริกา อยู่ริมแม่น้ำมิสซูรี่ (Missouri River) หน้าหนาว อากาศหนาวหิมะแทบท่วมหัว แต่พอเข้าหน้าร้อน บอกเลยว่าสวยมาก สวยจนลืมความหนาวที่เคยหนาวไปเลยค่ะ เมืองนี้ไม่วุ่นวาย ผู้คนใจดี มีแต่ความสโลว์ไลฟ์แบบอบอุ่นๆ เหมือนทุกคนในเมืองรู้จักกันหมดเลย แต่ก็ยังมีห้าง ร้านกาแฟ โรงพยาบาลดีๆ และพื้นที่ธรรมชาติเพียบ! บิสมาร์ค (Bismarck)  อาจไม่ใช่เมืองที่ติดลิสต์ท่องเที่ยวยอดนิยมของอเมริกา  ไม่มีตึกสูง ไม่มีแสงสี ไม่มีแลนด์มาร์กอลังการ  แต่สิ่งที่เมืองนี้มี คือ  พื้นที่หายใจ ความสงบ และกิจกรรมเรียบง่ายที่ทำแล้วรู้สึกดี!  ยิ่งถ้าใครชอบธรรมชาติ ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง หรือเที่ยวกับครอบครัวจะยิ่งหลงรักเมืองนี้ง่ายๆ เอาได้ค่ะ  จะว่าเงียบก็เงียบดี จะว่าเหงาก็มีบ้าง แต่เป็นเมืองที่อยู่แล้วรู้สึกปลอดภัย เรียบง่าย และเหมือนชีวิตได้พักหายใจยาวๆ ⭐ เมืองบิสมาร์ค (Bismarck) เป็นยังไง? เป็นเมืองหลวงของรัฐนอร์ท ดาโกต้า (North Dakota) เมืองสงบ ผู้คนเป็นมิตร ชีวิตสโลว์ไลฟ์ แต่มีครบทุกอย่างที่ต้องการ อากาศ หนาวจัดมาก ฤดูหน...

นิทานสองภาษาเรื่อง “เจ้าป่าจอมตะกละและกระต่ายป่าผู้ชาญฉลาด (The lion and the hare)

Once upon a time, there was a dense forest, where had lots of animals and birds living it. วันซ์ อัพพอน อะ ไทม์, แธร์ วอส อะ เดนส์ ฟอร์เรส, แวร์ แฮด ลอท ออฟ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟวิ่ง อิท. กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว, มีป่าหนาทึบอยู่แห่งหนึ่ง, ที่ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ป่าและนกต่างๆ นานาชนิด อาศัยอยู่ในนั้น. All the animals and birds lived in perfect harmony. No bigger animal or bird ever killed a smaller one for food. ออล เดอะ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟต์-ดึด อิน เพอเฟคท์ ฮาร์มโมนี่. โน บิ๊กเกอร์ แอนนิมอล ออร์ เบิร์ด เอฟเวอร์ คิว-ดึด อะ สมอลเลอร์ วัน ฟอร์ ฟู๊ด. เหล่าสัตว์ป่าและนกนานาชนิด ต่างอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างผาสุข. ไม่มีสัตว์ใหญ่นักล่าไล่ฆ่าสัตว์ตัวเล็กๆ เป็นอาหารเลย หรือแม้กระทั่งพวกนกนักฆ่าเอง ก็ไม่ล่าอาหารเช่นกัน. However, there was one exception, and that was the king of the jungle- an evil lion. The lion hunted around the forest at all times and killed animals for food. ฮาวเอฟเวอร์, แธร์ วอส วัน เอ็กเซ็บชั่น, แอนด์ แธท วอส เดอะ คิง ออฟ เดอะ จังเกิ้ล- อัน อีวิ้ว ไลออน. เดอะ ไลออน ฮัน...

ต่อมความเปรี้ยวทำงาน! ผลไม้จิ้มเกลือของคนไทยไกลบ้าน!

🍋  ผลไม้จิ้มเกลือเมืองนอก..  เมื่อคนอิสานตาดำๆ อย่างเรา ต้องเอาตัวรอดจากความอยาก “ของเปรี้ยวๆ” ในอเมริกา  🇺🇸🌶️ ถ้าคุณเป็นคนเอเชีย โดยเฉพาะคนไทย—อีสานอย่างข้อย! บอกเลยว่า “ต่อมความเปรี้ยว” ในร่างกาย ต้องถูกฝึกใช้งานมาตั้งแต่ยังบ่ฮู้ความแน่นอน โตมากับมะม่วงดิบ มะยม ฝรั่งจิ้มพริกเกลือ เปรี้ยวจนตาเหลือก แต่ใจกะยังยิ้มได้อยู่เด้อจร้า 😆 เราโตมากับ.. ✅ มะม่วงดิบจิ้มพริกเกลือ ✅ มะยมหน้าบ้าน ✅ ฝรั่งรถเข็น ✅ น้ำปลาหวานถุงเล็กๆ ✅ กินไป น้ำลายแตกไป แต่มีความสุขมาก 😭 พอวันหนึ่งต้องย้ายมาอยู่ “ อเมริกา”  ทุกอย่างดูดีหมด ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ ผลไม้ลูกโต สีสวย ดูแพง แต่พอกัดเข้าไปคำแรกเท่านั้นแหละ… “หวาน” “หวานอีกแล้ว” “หวานนนนน.. หวาน!” มะม่วงมีนะ …แต่เป็นมะม่วงสุก❌ ฝรั่งก็มี …แต่หวานกรอบแบบไม่ต้องจิ้มอะไร❌ มะยม?… ขอโทษค่ะ ไม่รู้จัก 😅 ชีวิตคนอิสานตาดำๆ อย่างข้อยจึงเริ่มภารกิจใหม่  ตามหาผลไม้เปรี้ยว ตัดต่อมเปรี้ยวปาก! 🌶️  ผลไม้เมืองนอก 20 อย่าง ตัวแทนผลไม้เปรี้ยว จิ้มพริกเกลือแบบคนอิสานไกลบ้าน บางอย่างเปรี้ยวจริง   บางอย่างเปรี้ยวปลอม แค่หาได้ในอเมริกา … ถือว่า...

เตรียมตัวบิสมาร์ค (Bismarck) 🆚 วีซ่า J1 (Work & Travel) รอดชัวร์! ✈️

น้องๆ ฟังพี่ก่อนนะ… พี่ไม่ได้จะขู่! แต่จะบอกให้เตรียมตัวแบบคนเคยรอดมาแล้วค่ะ 😂 บิสมาร์คไม่ได้น่ากลัว ไม่ได้สวยกิ๊งเหมือนเมืองใหญ่ๆ แต่เป็นเมืองที่ .. “ถ้ารู้จักมันดีๆ จะรักแบบไม่รู้ตัว  เพราะอะไรนะ?” …ก็เพราะมันทั้งหนาว ทั้งเงียบ ทั้งลมแรง แต่คนใจดีสุดๆ! พี่พูดเลยว่า ตอนพี่มาแรกๆ คือยืนงงในดงหิมะ ลมตีหน้า แถมรถไม่มี อาศัยเพื่อนลากไปทำงานทุกวัน 😅 แต่พออยู่เป็น! รู้ทาง! รู้เวลา! รู้วิธีแต่งตัวเอาชีวิตรอด! …ชีวิตคือดีขึ้นแบบทันตาเห็น! โพสต์นี้พี่เลยรวมทุกอย่างที่อยากให้ “น้องรู้ก่อนจะบินมา”  เพื่อไม่ต้องมายืนคิดในใจว่า… “เอ๊ะ นี่เรามาฝึกงาน หรือมาฝึกความแกร่งของชีวิตคะพี่?” 🤣 ✅ 📌 เหมาะกับ J1 / Work / Seasonal /ผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ 1. เตรียมใจเรื่องอากาศก่อนอย่างแรก  🌨️ บิสมาร์ค (Bismarck) หนาวจริง หนาวจัดแบบติดลบสองหลัก หิมะยาวหลายเดือน ลมแรงมาก เดินแล้วน้ำตาไหลเป็นเรื่องปกติ 👉 มาถึงให้รีบซื้อเสื้อหนาวดีๆ ที่ร้านในพื้นที่ เช่น Scheels, Kohl’s จะอุ่นกว่าเสื้อจากไทย (ร้านของใช้มือสองของดีๆ ก็มีนะค่ะ) 📍 น้องๆ ฟังพี่ก่อน… บิสมาร์ค ไม่ได้มีแต่โลกน้ำแข็งนะ! 😂  ?...

นิทานเรื่อง “เจ้าหญิงบนยอดเขาแก้ว” (The Princess On The Glass hill)

Long, long time ago, there lived a farmer who had three sons and forty acres of fields. But every year on mid-summers, every last plant on his land was eaten. The farmer sent his three sons out to guard the field the next year. ลอง, ลอง ไทม์ อะโก, แธร์ ลิฟ-ดึด อะ ฟาร์มเมอ ฮู แฮด ตรี ซัน แอนด์ ฟอร์ตี้ เอเคอร์ ออฟ ฟิล์ด. บัท เอเวอรี่ เยียร์ ออน มิด-ซัมเมอร์, เอเวอรี่ ลาสท์ แพลนท์ ออน ฮีส แลนด์ วอส อีท-ทีน. เดอะ ฟาร์มเมอ เซนท์ ฮีส ตรี ซัน เอาซ์ ทู การ์ด เดอะ ฟิล์ด เดอะ เน็ทซ์ เยียร์. กาลครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว, ชาวนาคนหนึ่ง เค้ามีลูกชายอยู่ด้วยกันสามคน และชาวนามีที่ทำกินสี่สิบเอเคอร์ (ประมาณร้อยกว่าไร่). แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางฤดูร้อนของทุกๆ ปี, ผลผลิตในไร่ของเค้าก็มักจะถูกทำลายเสียหายเรื่อยมา. ดังนั้น ชาวนาจึงได้ส่งลูกชายทั้งสามคนของเค้า ให้ออกไปเฝ้าดูแลผลผลิตในไร่. The oldest son, Barty, was very tall and very thin.  The middle son, Otis, was very fat and lazy.  That night he heard a scream and ran from the field. เดอะ โอลด์เดสท์ ซัน, บาร์ตี๊, วอส เวรี่ ทอล แอนด์ เวรี่ ธิน....