ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เตรียมตัวบิสมาร์ค (Bismarck) 🆚 วีซ่า J1 (Work & Travel) รอดชัวร์! ✈️

น้องๆ ฟังพี่ก่อนนะ… พี่ไม่ได้จะขู่! แต่จะบอกให้เตรียมตัวแบบคนเคยรอดมาแล้วค่ะ 😂

บิสมาร์คไม่ได้น่ากลัว ไม่ได้สวยกิ๊งเหมือนเมืองใหญ่ๆ แต่เป็นเมืองที่ .. “ถ้ารู้จักมันดีๆ จะรักแบบไม่รู้ตัว เพราะอะไรนะ?” …ก็เพราะมันทั้งหนาว ทั้งเงียบ ทั้งลมแรง แต่คนใจดีสุดๆ!

พี่พูดเลยว่า ตอนพี่มาแรกๆ คือยืนงงในดงหิมะ ลมตีหน้า แถมรถไม่มี อาศัยเพื่อนลากไปทำงานทุกวัน 😅

แต่พออยู่เป็น! รู้ทาง! รู้เวลา! รู้วิธีแต่งตัวเอาชีวิตรอด! …ชีวิตคือดีขึ้นแบบทันตาเห็น!

โพสต์นี้พี่เลยรวมทุกอย่างที่อยากให้ “น้องรู้ก่อนจะบินมา” เพื่อไม่ต้องมายืนคิดในใจว่า…

“เอ๊ะ นี่เรามาฝึกงาน หรือมาฝึกความแกร่งของชีวิตคะพี่?” 🤣


✅ 📌เหมาะกับ J1 / Work / Seasonal /ผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่


1. เตรียมใจเรื่องอากาศก่อนอย่างแรก 🌨️

  • บิสมาร์ค (Bismarck) หนาวจริง หนาวจัดแบบติดลบสองหลัก หิมะยาวหลายเดือน
  • ลมแรงมาก เดินแล้วน้ำตาไหลเป็นเรื่องปกติ


👉 มาถึงให้รีบซื้อเสื้อหนาวดีๆ ที่ร้านในพื้นที่ เช่น Scheels, Kohl’s จะอุ่นกว่าเสื้อจากไทย (ร้านของใช้มือสองของดีๆ ก็มีนะค่ะ)


📍น้องๆ ฟังพี่ก่อน… บิสมาร์ค ไม่ได้มีแต่โลกน้ำแข็งนะ! 😂 


🌈🌈ฤดู Spring กับ Summer ที่นี่คือคนละจักรวาลกับหน้าหนาวเลยค่ะ


🍃Spring → หิมะละลาย น้ำเจิ่งนิดหน่อย ต้นไม้เริ่มแตกใบ อากาศกำลังดี ฟีล “โลกกลับมามีชีวิตใหม่”


🌺Summer → สวย สดใส ฟ้าคราม อากาศอุ่นแบบพอดีๆ ไม่ร้อนจนละลายเหมือนบางรัฐด้วยค่ะ

ที่เด็ดที่สุด… พระอาทิตย์ตกประมาณ 10 PM!ใช่ค่ะ น้องอ่านไม่ผิด “สี่ทุ่ม” 🌅

คือแดดสว่างจนพี่สับสนว่าต้องไปทำงานรอบดึก หรือควรกลับบ้านไปนอนดี 🤣


☀️ หน้าร้อนที่นี่คือทุกคนตื่นตัวมาก

  • เดินเล่นริมน้ำ Missouri River 
  • ปิคนิค แคมป์ปิ้ง 
  • สระว่ายน้ำกลางแจ้ง
  • วิ่ง
  • ปั่นจักรยาน
  • ปลูกผักทำสวน ปลูกดอกไม้
  • ตลาดนัด 
  • ลุยกิจกรรมกลางแจ้งโชว์ความมีชีวิตชีวาหลังจากโดนหิมะกดขี่มาหลายเดือน 😅

พูดง่ายๆ คือ ฤดูร้อนกับฤดูใบไม้ผลิในบิสมาร์ค น่ารัก อบอุ่น สดใส จนลืมไปเลยว่าเคยติดลบ -20 มาก่อน


2. เมืองสงบ ปลอดภัย แต่เงียบมาก 🏡

  • ไม่มีความวุ่นวายเหมือนเมืองใหญ่
  • ร้านปิดเร็ว 8–9 pm คือเริ่มเงียบแล้ว
  • วันหยุดหรือวันอากาศดีๆ คือคนออกไปริมแม่น้ำ Missouri กันเยอะ
3. การเดินทาง = สำคัญมาก 🚗
  • ไม่มี BTS ไม่มี MRT ไม่มีพี่วินมอไซค์
  • Uber แพง และบางทีไม่มีคนรับ

         👉 ถ้าไม่มีรถ ต้องเตรียมใจเรื่องไปทำงานให้ตรงเวลา หาเพื่อนร่วมรถตั้งแต่วันแรกๆ เลยนะ ทางเลือกคือ

  • รถเมล์
  • รถของตัวเอง
  • จักรยาน/สกู๊ตเตอร์ (มีแบบเช่า)
  • เพื่อนร่วมงานช่วยรับส่ง
  • Uber มี แต่ค่าโดยสารแพง และบางเวลาไม่รับผู้โดยสาร
👉 วางแผนเวลาเลิกงาน–เข้าเวรให้ดี

 📌 ระบบรถเมล์ มีชื่อว่า Bis-Man Transit ค่ะ ให้บริการทั้งใน Bismarck และ Mandan


🚍 ระบบรถเมล์ใน Bismarck – Bis-Man Transit


1) Fixed Routes (รถเมล์สายประจำทาง)

มีหลายเส้นทางวิ่งรอบเมือง เช่น

เส้นทางไปห้าง Kirkwood Mall

เส้นทางไป Downtown Bismarck

โซนมหาวิทยาลัย Bismarck State College (BSC)

เส้นทางข้ามไป Mandan


⏰ ช่วงเวลาวิ่งโดยทั่วไป:


 วันจันทร์–ศุกร์: ประมาณ 6:00–19:00

 เสาร์: มีบางเส้นทางเท่านั้น

 อาทิตย์: ไม่วิ่ง


2) ค่าบริการ (โดยประมาณ)

ผู้ใหญ่: ประมาณ $1.50 ต่อเที่ยว

เด็ก / นักเรียน / ผู้สูงอายุ ส่วนลดตามเงื่อนไข

มี Monthly Pass ถ้าใช้บ่อย


3) การขึ้นรถ

ต้องดู Bus Stop ที่มีป้าย

รถเวียนไม่ถี่มาก (บางสายเวียน 30–60 นาที)

อากาศหนาวมากช่วงหน้าหนาว ต้องกะเวลาให้ดีนะคะ 🥶


4) แอป + เว็บไซต์

สามารถดูเส้นทางและเวลาแบบเรียลไทม์ได้

แผนที่

ตารางเวลา

ระบบติดตามรถ (GPS)


4. เรื่องงานคือเรื่องจริง อย่ามาเล่น – อย่าอายนะ ถามเลย! 💼
  • ไม่ไหว อย่าฝืน! บอกหัวหน้าไปเลย เค้าจะได้ช่วยแก้ไขให้ถูกต้อง! (ฝรั่งเค้าแฟร์ค่ะ)
  • มาแล้วต้องตรงเวลา ไม่บ่นเยอะ ทำงานให้เต็มที่

👉 ถ้ามีปัญหาเรื่องงาน อย่าอาย ให้บอกหัวหน้า หรือ Sponsor ทันที อย่าเก็บไว้จนพังนะจ๊ะ!
  • ถ้าเป็นงานโรงแรม ร้านอาหาร หรือซุปเปอร์:
       👉 ถามกฎชัดๆ ว่า shift กี่ชั่วโมง
       👉 Break ได้นานเท่าไหร่
       👉 วันหยุดคือวันอะไร
       👉 ห้ามมะโนเอง เพราะแต่ละที่จะมีกฎไม่เหมือนกัน

5. ค่าใช้จ่ายในบิสมาร์ค 💸 

  • เงินเดือนแรกอาจมาช้า (บางงานเข้าช้า 2–3 สัปดาห์*)

👉 พกเงินสำรองมาเผื่อ ไม่งั้นจะอยู่แบบ “นับเหรียญในกระเป๋า” จริง 🥹
  • ค่าครองชีพไม่สูงเมื่อเทียบกับรัฐอื่น
  • อาหารในซูเปอร์ถูกกว่าที่คิด
  • เนื้อ ผักสด อาจแพงกว่าบางเมือง
  • ค่าเช่าแบบแบ่งห้อง (ต่อคนต่อสัปดาห์/ต่อคนต่อเดือน) ตามทำเลของอพาร์ทเมน

👉 จัดงบเดือนแรกให้ดี เพราะกว่าจะได้ pay check อาจต้องรอ 2–3 สัปดาห์

6. อาหารไทยน้อย ของเอเชียบางอย่างไม่มี 🍲

  • อย่าคิดว่าจะหาขนมปังไทย ส้มตำปลาร้า หรือหมูสามชั้นง่ายๆ

👉 ต้องพกของที่ขาดใจไม่ได้มานิดหน่อย ช่วยชีวิตจริงได้จริง
  • ร้านเอเชียมี (ร้านชื่อ Asian Market) แต่ของบางอย่างไม่มีนะจ๊ะ
  • พกมาม่า น้ำพริก เครื่องแกงซองเล็กๆ มาคือรอดแน่นอน
  • สินค้าไทย/ของเอเชีย ใน Walmart มี (บางอย่าง) ที่ชั้นวาง International food
  • สินค้าไทย ที่มีขายรสชาดอาจไม่อร่อยเหมือนที่ไทย (เกรดส่งออก)

7. เรื่องการแต่งตัวเวลาไปทำงาน 👟 

  • ถ้าต้องเดินบนหิมะ → รองเท้าไม่ลื่นสำคัญมาก
  • มีถุงเท้าอุ่นๆ อย่างน้อย 3–5 คู่
  • อย่าแต่งเบาเกิน เพราะอากาศหลอกเก่งมาก (แดดแรงแต่ลบ 20 ก็มี)


📍 เวลาออกจากบ้าน ให้แต่งตัวตามอากาศ ไม่ใช่ตามความสวย หนาวคือหนาว ไม่ต้องห่วงสไตล์ก่อน🤭

👉 เอาชีวิตรอดก่อน แล้วค่อยสวยทีหลัง

8. ผู้คนที่นี่เป็นกันเองสุดๆ 🧡 
  • ถ้าทัก “Hi” หรือ “How’s it going?” คือปกติมาก อย่าเกร็ง
  • คนที่นี่ชอบช่วยเหลือ โดยเฉพาะน้องๆที่เพิ่งมาใหม่
  • แต่ต้องสุภาพ และถามก่อนใช้ของคนอื่นเสมอ
9. ความปลอดภัย ต้องมาก่อน! 🛑 
  • อย่าเดินกลางคืนคนเดียว เมืองไม่อันตราย แต่ก็อย่าเดินกลางคืนคนเดียวนะ

👉 มีอะไรไม่ชอบมาพากล โทรหาเพื่อน/หัวหน้าได้เลย

  • บางพื้นที่มืดมากเพราะไฟถนนน้อย
  • ถ้ารู้สึกไม่โอเค → โทรหาเพื่อน/หัวหน้างาน หรือ 911 ได้เลย ไม่ต้องกลัว
10. อย่าหายเข้ากลีบเมฆ
  • เวลาไปไหนมาไหน ต้องบอกเพื่อนด้วยว่า “ไปไหน ถึงไหน อยู่ไหนแล้ว”

👉 เวลามีปัญหา จะได้ช่วยกันได้ทันเวลาค่ะ 


💬 บิสมาร์คเป็นเมืองเล็ก สงบ อากาศโหดอยู่นะ (ถ้ามาหน้าหนาว) แต่ผู้คนใจดี ถ้าน้องๆเตรียมใจเรื่องหนาว การเดินทาง และวางแผนค่าใช้จ่ายดีๆ ก็ใช้ชีวิตได้สบายมาก แถมประสบการณ์ดีๆ รออยู่อีกเพียบ คุ้มค่าแน่นอน.. ลมหนาวแรง แต่ใจเราแกร่งกว่า—Love from Bismarck ❄️💛


#สายตรง FB: Nami Nami (Thain the knot) 😉



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บิสมาร์ค (Bismarck) เมืองเล็กไม่ดัง.. แต่เที่ยวแล้วสบายใจ

บิสมาร์ค (Bismarck) เป็นเมืองเล็กๆ น่ารักตั้งอยู่ตรงกลางภาคเหนือ ของอเมริกา อยู่ริมแม่น้ำมิสซูรี่ (Missouri River) หน้าหนาว อากาศหนาวหิมะแทบท่วมหัว แต่พอเข้าหน้าร้อน บอกเลยว่าสวยมาก สวยจนลืมความหนาวที่เคยหนาวไปเลยค่ะ เมืองนี้ไม่วุ่นวาย ผู้คนใจดี มีแต่ความสโลว์ไลฟ์แบบอบอุ่นๆ เหมือนทุกคนในเมืองรู้จักกันหมดเลย แต่ก็ยังมีห้าง ร้านกาแฟ โรงพยาบาลดีๆ และพื้นที่ธรรมชาติเพียบ! บิสมาร์ค (Bismarck)  อาจไม่ใช่เมืองที่ติดลิสต์ท่องเที่ยวยอดนิยมของอเมริกา  ไม่มีตึกสูง ไม่มีแสงสี ไม่มีแลนด์มาร์กอลังการ  แต่สิ่งที่เมืองนี้มี คือ  พื้นที่หายใจ ความสงบ และกิจกรรมเรียบง่ายที่ทำแล้วรู้สึกดี!  ยิ่งถ้าใครชอบธรรมชาติ ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง หรือเที่ยวกับครอบครัวจะยิ่งหลงรักเมืองนี้ง่ายๆ เอาได้ค่ะ  จะว่าเงียบก็เงียบดี จะว่าเหงาก็มีบ้าง แต่เป็นเมืองที่อยู่แล้วรู้สึกปลอดภัย เรียบง่าย และเหมือนชีวิตได้พักหายใจยาวๆ ⭐ เมืองบิสมาร์ค (Bismarck) เป็นยังไง? เป็นเมืองหลวงของรัฐนอร์ท ดาโกต้า (North Dakota) เมืองสงบ ผู้คนเป็นมิตร ชีวิตสโลว์ไลฟ์ แต่มีครบทุกอย่างที่ต้องการ อากาศ หนาวจัดมาก ฤดูหน...

นิทานสองภาษาเรื่อง “เจ้าป่าจอมตะกละและกระต่ายป่าผู้ชาญฉลาด (The lion and the hare)

Once upon a time, there was a dense forest, where had lots of animals and birds living it. วันซ์ อัพพอน อะ ไทม์, แธร์ วอส อะ เดนส์ ฟอร์เรส, แวร์ แฮด ลอท ออฟ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟวิ่ง อิท. กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว, มีป่าหนาทึบอยู่แห่งหนึ่ง, ที่ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ป่าและนกต่างๆ นานาชนิด อาศัยอยู่ในนั้น. All the animals and birds lived in perfect harmony. No bigger animal or bird ever killed a smaller one for food. ออล เดอะ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟต์-ดึด อิน เพอเฟคท์ ฮาร์มโมนี่. โน บิ๊กเกอร์ แอนนิมอล ออร์ เบิร์ด เอฟเวอร์ คิว-ดึด อะ สมอลเลอร์ วัน ฟอร์ ฟู๊ด. เหล่าสัตว์ป่าและนกนานาชนิด ต่างอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างผาสุข. ไม่มีสัตว์ใหญ่นักล่าไล่ฆ่าสัตว์ตัวเล็กๆ เป็นอาหารเลย หรือแม้กระทั่งพวกนกนักฆ่าเอง ก็ไม่ล่าอาหารเช่นกัน. However, there was one exception, and that was the king of the jungle- an evil lion. The lion hunted around the forest at all times and killed animals for food. ฮาวเอฟเวอร์, แธร์ วอส วัน เอ็กเซ็บชั่น, แอนด์ แธท วอส เดอะ คิง ออฟ เดอะ จังเกิ้ล- อัน อีวิ้ว ไลออน. เดอะ ไลออน ฮัน...

ต่อมความเปรี้ยวทำงาน! ผลไม้จิ้มเกลือของคนไทยไกลบ้าน!

🍋  ผลไม้จิ้มเกลือเมืองนอก..  เมื่อคนอิสานตาดำๆ อย่างเรา ต้องเอาตัวรอดจากความอยาก “ของเปรี้ยวๆ” ในอเมริกา  🇺🇸🌶️ ถ้าคุณเป็นคนเอเชีย โดยเฉพาะคนไทย—อีสานอย่างข้อย! บอกเลยว่า “ต่อมความเปรี้ยว” ในร่างกาย ต้องถูกฝึกใช้งานมาตั้งแต่ยังบ่ฮู้ความแน่นอน โตมากับมะม่วงดิบ มะยม ฝรั่งจิ้มพริกเกลือ เปรี้ยวจนตาเหลือก แต่ใจกะยังยิ้มได้อยู่เด้อจร้า 😆 เราโตมากับ.. ✅ มะม่วงดิบจิ้มพริกเกลือ ✅ มะยมหน้าบ้าน ✅ ฝรั่งรถเข็น ✅ น้ำปลาหวานถุงเล็กๆ ✅ กินไป น้ำลายแตกไป แต่มีความสุขมาก 😭 พอวันหนึ่งต้องย้ายมาอยู่ “ อเมริกา”  ทุกอย่างดูดีหมด ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ ผลไม้ลูกโต สีสวย ดูแพง แต่พอกัดเข้าไปคำแรกเท่านั้นแหละ… “หวาน” “หวานอีกแล้ว” “หวานนนนน.. หวาน!” มะม่วงมีนะ …แต่เป็นมะม่วงสุก❌ ฝรั่งก็มี …แต่หวานกรอบแบบไม่ต้องจิ้มอะไร❌ มะยม?… ขอโทษค่ะ ไม่รู้จัก 😅 ชีวิตคนอิสานตาดำๆ อย่างข้อยจึงเริ่มภารกิจใหม่  ตามหาผลไม้เปรี้ยว ตัดต่อมเปรี้ยวปาก! 🌶️  ผลไม้เมืองนอก 20 อย่าง ตัวแทนผลไม้เปรี้ยว จิ้มพริกเกลือแบบคนอิสานไกลบ้าน บางอย่างเปรี้ยวจริง   บางอย่างเปรี้ยวปลอม แค่หาได้ในอเมริกา … ถือว่า...

นิทานเรื่อง “เจ้าหญิงบนยอดเขาแก้ว” (The Princess On The Glass hill)

Long, long time ago, there lived a farmer who had three sons and forty acres of fields. But every year on mid-summers, every last plant on his land was eaten. The farmer sent his three sons out to guard the field the next year. ลอง, ลอง ไทม์ อะโก, แธร์ ลิฟ-ดึด อะ ฟาร์มเมอ ฮู แฮด ตรี ซัน แอนด์ ฟอร์ตี้ เอเคอร์ ออฟ ฟิล์ด. บัท เอเวอรี่ เยียร์ ออน มิด-ซัมเมอร์, เอเวอรี่ ลาสท์ แพลนท์ ออน ฮีส แลนด์ วอส อีท-ทีน. เดอะ ฟาร์มเมอ เซนท์ ฮีส ตรี ซัน เอาซ์ ทู การ์ด เดอะ ฟิล์ด เดอะ เน็ทซ์ เยียร์. กาลครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว, ชาวนาคนหนึ่ง เค้ามีลูกชายอยู่ด้วยกันสามคน และชาวนามีที่ทำกินสี่สิบเอเคอร์ (ประมาณร้อยกว่าไร่). แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางฤดูร้อนของทุกๆ ปี, ผลผลิตในไร่ของเค้าก็มักจะถูกทำลายเสียหายเรื่อยมา. ดังนั้น ชาวนาจึงได้ส่งลูกชายทั้งสามคนของเค้า ให้ออกไปเฝ้าดูแลผลผลิตในไร่. The oldest son, Barty, was very tall and very thin.  The middle son, Otis, was very fat and lazy.  That night he heard a scream and ran from the field. เดอะ โอลด์เดสท์ ซัน, บาร์ตี๊, วอส เวรี่ ทอล แอนด์ เวรี่ ธิน....