ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ชิลี่ (Classic Chili) อเมริกัน จานเผ็ด!

ชิลี่ (Chili) อาหารสุดคลาสสิคจานเผ็ดจานด่วนของชาวอเมริกัน หรือเรียกเต็มๆ ยศว่า “อเมริกันชิลี่ (American Chili)” 

“ชิลี่” (Chili) แปลง่ายๆ ตรงๆ ว่า "พริก" นี่แหละจร้าา ไม่ต้องโต๊ด!  “ชิลี่” เป็นอาหารจานหนึ่งของชาวอเมริกัน ที่มีรสเผ็ดนำ โดดเด่น เผ็ดดุ สำหรับฝรั่งเท่านั้นนะจ๊ะ ไม่นับคนเอเชียอย่างเราๆ หึหึ เผ็ดอนุบาลยังเรียกน้องจ๊ะ! “ชิลี่” มีลักษณะคล้ายๆ กับ “น้ำพริกอ่อง” บ้านเรา ต่างกันตรงที่มี “เมล็ดถั่วแดง” เป็นส่วนผสม ต้มให้นุ่ม แต่ไม่เปื่อยยุ่ยมากนัก มีรสเผ็ดออกมันๆ อมเปรี้ยวนิดๆ โปรตีนเน้นๆ อ่ะ! เริ่มงงกันแล้วสิ ชิมิ ^^

“ชิลี่” นิยมทำเป็นอาหารมื้อค่ำ เพราะว่าสะดวก วัถตุดิบหาง่าย ทำง่าย ใช้เวลาตุ๋นไม่นาน

“หัวหอมใหญ่” สิ่งเดียวเท่านั้นที่ต้องเตรียม!

“ชิลี่” ท๊อปปิ้งสุดฮิต เพื่อเพิ่มความอร่อยมากยิ่งขึ้น

  • เชดดาร์ชีสขูดฝอย (shredded cheddar cheese)
  • ซาวครีม/ครีมเปรี้ยว (sour cream)
  • ต้นหอมซอย (sliced green onions)
  • แครกเกอร์ชนิดเค็ม (saltine crackers)
  • อะโวคาโดหั่นลูกเต๋า (diced avocado)

หลังจากแกะสูตรจากพี่กลู (กลูเกิ้ล) ฝึกทำ “ชิลี่” ลองผิดลองถูกมาก็หลายครั้งหลายคราว จนในที่สุด ก็ได้สูตรนี้เป็นของตัวเอง เป็นที่ถูกปากถูกใจของคนในครอบครัว (บ้านเราชอบทานอาหารรสจัด) ปกติแล้ว ชาวอเมริกันไม่ชอบทานอาหารรสจัดหรือเผ็ดโดด เบามือได้เบาคะ! ส่วนสามีเรานั้น “เผ็ดคืออร่อย” คริคริ


วัตถุดิบ (Ingredients) #สำหรับ 6 ที่ 

1 หอมหัวใหญ่ขนาดกลางหั่นลูกเต๋า (a medium onion -diced)

เนื้อสับ 500 กรัม (1 pound ground beef)

1 tbs                   น้ำมัน (oil)

1 tbsp                 กระเทียมสับ (minced garlic)

2 1/2 tbsp           พริกป่น (chili powder)

2 tbsp                 ผงยี่หร่า (ground cumin)

2 tbsp                 น้ำตาลทรายขาว (granulated sugar)

2 tbsp                 ซอสมะเขือเทศเข้มข้น (tomato paste)

11/2 tsp              เกลือ (salt)

1/2 tsp               พริกไทยดำป่น (ground black pepper)

1/4 tsp               พริกคาเยนเน่ป่น (ground cayenne pepper) *พริกขี้หนูสวนป่นแทนได้ **ไม่ใส่เพิ่มก็ได้

1 1/2 cups         น้ำชุปเนื้อ (beef broth)

1 (15 oz.) can    มะเขือเทศหั่นลูกเต๋ากระป๋อง(diced tomatoes)

1 (16 oz.) can    ถั่วคินเน่แดงกระป๋อง, ไม่เอาน้ำ (red kidney beans, drained and rinsed)

• 1 (8 oz.) can    ซอสมะเขือเทศ (tomato sauce)

 *Tsp = ช้อนชา, Tbsp = ช้อนโต๊ะ, Cup = ถ้วยตวง, Can = กระป๋อง, Oz = ออนซ์


ขั้นตอนและวิธีทำ (Instructions)

1. ใส่น้ำมันลงในหม้อชุปขนาดกลาง ใช้ไฟกลาง รอหม้อร้อนประมาณ 2 นาที หลังจากนั้นใส่กระเทียมและหอมหัวใหญ่ลงไป คนให้สุกเท่าๆ กัน ระวังอย่าให้ไหม้ ผัดต่ออีกประมาณ 5 นาที หรือพอให้หอมหัวใหญ่สะดุ้ง

เนื้อต้องไม่ติดกันเป็นก้อน

2. เติมเนื้อสับลงไปในหม้อชุป ยีเนื้อสับให้แตกแยกออกจากกัน ไม่จับตัวกันเป็นก้อน และผัดต่ออีก 6-7 นาที หรือจนกว่าเนื้อสับสุกได้ที่ 

ใส่เครื่องปรุง คนๆ ทุกอย่างให้เข้ากัน 

ต้องขยันคนบ่อยๆ ระวังอย่าให้ไหม้

3. หลังจากเนื้อสับสุกได้ที่แล้ว ปรุงรสด้วยพริกป่น ผงยี่หร่า น้ำตาล ซอสมะเขือเทศเข้มข้น รวมทั้ง เกลือ พริกไทยดำ และพริกคาเยนเน่ป่นลงไป รวบยอดทั้งหมดในขั้นตอนนี้เลย จากนั้นก็คนๆ ให้เข้ากัน 

ถั่วแดงเม็ดใหญ่ น่ากินมาก

4. เมื่อเครื่องปรุงรสเริ่มเดือดแล้ว ให้เติมน้ำชุป มะเขือเทศหั่นเต๋า (ไม่ต้องทิ้งน้ำ) และถั่วแดง (ไม่เอาน้ำ) จากนั้นตามด้วยซอสมะเขือเทศ คนๆ ให้เข้ากัน 

ก่อนตุ๋น น้ำก็จะนองหน่อยๆ

5. หลังจากหม้อเริ่มเดือดแล้ว ให้เบาไฟลง และตุ๋นไฟอ่อนๆ ต่อไปอีก โดยไม่ต้องปิดฝาหม้อประมาณ 20-25 นาที 

ตุ๋นเสร็จแล้ว สีสรรค์ น่าทานมากๆ 

6. เมื่อตุ๋นได้ที่แล้ว ให้ปิดไฟ พักไว้ 5-10 นาที ก่อนเสิร์ฟ


Notes

1. ขยันคน อย่าให้ “ชิลี่” ติดก้นหม้อ และระวังอย่าให้ไหม้

2. สามารถเพิ่มหรือลด ความเผ็ดร้อนได้อีก ตามความชอบ

3. “ชิลี่” หากทานไม่หมด ก็สามารถเก็บแช่ฟรีสได้นานถึง 1 เดือน เวลาทานก็แค่ไมโครเวฟ หรือทิ้งให้ละลายแล้วอุ่นไฟทานได้ตามปกติ

4. ใช้เบียร์ แทนน้ำชุปได้ รสชาดก็อร่อยไปอีกแบบ

5. สามารถใช้เนื้อสับอื่นๆ แทนได้ เช่น ไก่สับหรือหมูสับฯ


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

50 สิ่งต้องทิ้ง! จี้ใจดำมาก!!

บทความนี้ ได้แรงบันดาลใจจาก “ คุณชิโฮมิ ชิโมมุระ ” ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดระเบียบชีวิตจากญี่ปุ่น ท่านได้แนะนำให้จัดบ้าน ด้วยการ “ ทิ้งสิ่งของที่ไม่จำเป็น ” เพื่อบ้านที่เป็นระเบียบและชีวิตที่เบาสบายยิ่งขึ้น โดยแบ่งเป็น 5 หมวดง่ายๆ ดังนี้ค่ะ สำหรับใครที่อยากจัดบ้าน อยากเคลียร์ของ เพื่อเริ่มต้นอะไรๆ ใหม่ๆ มาเช็คกันเลยค่ะ ว่ามีอะไรที่ควรโละออกไปบ้าง!!   หมวดที่ 1: ของพัง ของที่ใช้งานไม่ได้แล้ว  1. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่พังแล้วและไม่คิดจะซ่อม  2. เฟอร์นิเจอร์ที่ขวางประตูหรือทางเดิน  3. ปากกาที่เขียนไม่ติด  4. ต่างหูที่เหลือแค่ข้างเดียว  5. ถุงเท้าเปื่อยที่ใส่อีกครั้งก็ขาดแน่  6. รองเท้าที่ใส่แล้วเจ็บเท้าตลอด  7. ไม้หนีบผ้าที่แห้งกรอบจนแตกหักง่าย  8. เสื้อผ้าที่คิดว่าจะเก็บไว้ใส่ “ตอนผอม”  9. ถ้วยจานที่ชำรุดหรือบิ่น  10. ต้นไม้ดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาแล้ว หมวดที่ 2: ของที่ไม่เคยใช้เลย  11. เสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่มานานกว่า 1 ปี  12. กระเป๋าที่หนักจนไม่คิดจะใช้  13. หม้อที่หนักจนไม่อยากหยิบ  14. เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารสำหรับแขก (ที่บ้าน...

นิทานสองภาษาเรื่อง “เจ้าป่าจอมตะกละและกระต่ายป่าผู้ชาญฉลาด (The lion and the hare)

Once upon a time, there was a dense forest, where had lots of animals and birds living it. วันซ์ อัพพอน อะ ไทม์, แธร์ วอส อะ เดนส์ ฟอร์เรส, แวร์ แฮด ลอท ออฟ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟวิ่ง อิท. กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว, มีป่าหนาทึบอยู่แห่งหนึ่ง, ที่ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ป่าและนกต่างๆ นานาชนิด อาศัยอยู่ในนั้น. All the animals and birds lived in perfect harmony. No bigger animal or bird ever killed a smaller one for food. ออล เดอะ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟต์-ดึด อิน เพอเฟคท์ ฮาร์มโมนี่. โน บิ๊กเกอร์ แอนนิมอล ออร์ เบิร์ด เอฟเวอร์ คิว-ดึด อะ สมอลเลอร์ วัน ฟอร์ ฟู๊ด. เหล่าสัตว์ป่าและนกนานาชนิด ต่างอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างผาสุข. ไม่มีสัตว์ใหญ่นักล่าไล่ฆ่าสัตว์ตัวเล็กๆ เป็นอาหารเลย หรือแม้กระทั่งพวกนกนักฆ่าเอง ก็ไม่ล่าอาหารเช่นกัน. However, there was one exception, and that was the king of the jungle- an evil lion. The lion hunted around the forest at all times and killed animals for food. ฮาวเอฟเวอร์, แธร์ วอส วัน เอ็กเซ็บชั่น, แอนด์ แธท วอส เดอะ คิง ออฟ เดอะ จังเกิ้ล- อัน อีวิ้ว ไลออน. เดอะ ไลออน ฮัน...

นิทานเรื่อง เพื่อนรักต่างพันธุ์ (A Special Friendship)

In a village, there was a boy named “Bob” who lived with his mother in a small house. Every day after class, Bob went into the forest to pick up woods with his mother. อิน อะ วิลเลจ, แธร์ วอส อะ บอย เนม-มึด “ป๊อบ” ฮู ลิฟ-ดึด วิธ ฮีส ม๊าเตอร์ อิน อะ สมอลล์ เฮาส์. เอฟเวอรี่ เดย์ อาฟเตอร์ คลาส, ป๊อบ เว็นท์ อินทู เดอะ ฟอเรสท์ ทู พิค อัฟ วูดส์ วิธ ฮิส ม๊าเตอร์. ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง, มีเด็กชายคนหนึ่ง เค้ามีชื่อว่า “ป๊อบ” เขาได้อาศัยอยู่กับมารดาในบ้านหลังน้อยๆ หลังหนึ่ง. ในทุกๆ วัน หลังจากเลิกเรียนแล้ว, ป๊อบมักจะเข้าไปในป่า เพื่อหาฟืนกับแม่ของเค้า. One day, on the way to the forest, Bob found a homeless puppy by the road. He looked so sad and miserable. Seeing how hungry the puppy was, Bob decided to bring him home to take care of him. วัน เดย์, ออน เดอะ เวย์ ทู เดอะ ฟอเรสท์, ป๊อบ ฟาวด์ อะ โฮมเลส พัพพี่ บาย เดอะ โรด. ฮี ลุ๊ค โซ แซด แอนด์ มิสราเบิ้ล. ซียิ้ง ฮาว ฮังกรี เดอะ พัพพี่ วอส, ป๊อบ ดีซาย-ดึด ทู บริง ฮิม โฮม ทู เทค แคร์ ออฟ ฮิม. อยู่มาวันนึง, ในระหว่างทางเดินเข้าไปในป่านั้น, ป๊อบได้เจอกั...

ฟรีวีซ่า “พาสปอร์ตไทย ปี 68” 🇹🇭🇹🇭🇹🇭

พาสปอร์ต 10 ปี 1,500 บาท พาสปอร์ต 5 ปี 1,000 บาท อัพเดรตใหม่ล่าสุด 36 ประเทศ และดินแดนที่คนไทยไปเที่ยวได้ โดย “ไม่ต้องขอวีซ่า ปี 2568” แค่ถือพาสปอร์ตไทย ก็เข้าประเทศไปเที่ยวได้เลยเด้อออ ✈️✈️✈️ 🌍   ทวีปเอเชีย:  🌍 🇯🇵 ญี่ปุ่น* (15 วัน) 🇨🇳 จีน (30 วัน) *เริ่ม 1 มีนาคม 2567 🇨🇳 มณฑลไห่หนาน* (30 วัน) (เกาะทางใต้ของจีน) 🇹🇼 ไต้หวัน* (14 วัน) *ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2566 – 31 กรกฎาคม 2568 🇲🇻 มัลดีฟส์* (30 วัน) 🇱🇦 ลาว (30วัน)  🇸🇬 สิงคโปร์* (30 วัน) 🇭🇰 ฮ่องกง (30 วัน) 🇻🇳 เวียดนาม (30 วัน) 🇲🇾 มาเลเซีย* (30 วัน) 🇮🇩 อินโดนีเซีย* (30 วัน) 🇵🇭 ฟิลิปปินส์* (30 วัน) 🇲🇲 เมียนมา (14 วัน) *International Airport Only  🇰🇭 กัมพูชา (14 วัน) 🇲🇴 มาเก๊า (เขตบริหารพิเศษของสาธารณรัฐประชาชน จีน) (30 วัน) 🇧🇳 บรูไน* (14 วัน) 🇶🇦 กาตาร์* (30 วัน) 🇧🇭 บาห์เรน (14 วัน) 🇲🇳 มองโกเลีย (30 วัน) 🇬🇪 จอร์เจีย* (365 วัน) 🇰🇬 คีร์กีซ* (60 วัน) *ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2564 – 31 กรกฎาคม 2568  🇮🇳 อินเดีย (30วัน **ให้เช็คกับสถานฑูตอีกครั้งจ้า**)  🇹🇯 ทาจิกิสถาน* (30 วัน) 🇰...

นิทานเรื่อง “เจ้าหญิงบนยอดเขาแก้ว” (The Princess On The Glass hill)

Long, long time ago, there lived a farmer who had three sons and forty acres of fields. But every year on mid-summers, every last plant on his land was eaten. The farmer sent his three sons out to guard the field the next year. ลอง, ลอง ไทม์ อะโก, แธร์ ลิฟ-ดึด อะ ฟาร์มเมอ ฮู แฮด ตรี ซัน แอนด์ ฟอร์ตี้ เอเคอร์ ออฟ ฟิล์ด. บัท เอเวอรี่ เยียร์ ออน มิด-ซัมเมอร์, เอเวอรี่ ลาสท์ แพลนท์ ออน ฮีส แลนด์ วอส อีท-ทีน. เดอะ ฟาร์มเมอ เซนท์ ฮีส ตรี ซัน เอาซ์ ทู การ์ด เดอะ ฟิล์ด เดอะ เน็ทซ์ เยียร์. กาลครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว, ชาวนาคนหนึ่ง เค้ามีลูกชายอยู่ด้วยกันสามคน และชาวนามีที่ทำกินสี่สิบเอเคอร์ (ประมาณร้อยกว่าไร่). แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางฤดูร้อนของทุกๆ ปี, ผลผลิตในไร่ของเค้าก็มักจะถูกทำลายเสียหายเรื่อยมา. ดังนั้น ชาวนาจึงได้ส่งลูกชายทั้งสามคนของเค้า ให้ออกไปเฝ้าดูแลผลผลิตในไร่. The oldest son, Barty, was very tall and very thin.  The middle son, Otis, was very fat and lazy.  That night he heard a scream and ran from the field. เดอะ โอลด์เดสท์ ซัน, บาร์ตี๊, วอส เวรี่ ทอล แอนด์ เวรี่ ธิน....