ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ทำความรู้จักแบงค์และเหรียญดอลลาร์กัน!?

ไม่เจอกับตัวเองไม่รู้ค่ะ อาการงงใช้เงินไม่เป็นมันเป็นยังไง!? เมื่อย้ายมาอยู่อเมริกาใหม่ๆ ปัญหาใหญ่อันดับแรกที่เราเจอคือ เงินดอลลาร์! จำได้ว่าตอนลงเครื่องที่สนามบินลอสแองเจลิส(LA) ไม่มีเงินดอลลาร์ติดตัวเลย มีเฉพาะเงินบาทไทย ทั้งหิว ทั้งเหนื่อย ภาษาก็พอได้ แต่ไม่มั่นใจที่จะพูด เราพกเงินบาทมา แอบเสียใจมากที่ไม่แลกเป็นเงินดอลล่าร์มาจากไทย (อัตราแลกดีกว่า) พอแลกเสร็จเข้าไปร้านสะดวกซื้อ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ขายที่นี้ ดูแปลกตาไปหมด ตัดสินใจเอาว่ะ เราเข้ามาแล้วต้องซื้ออะไรสักอย่างให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปเลย จ๊ะ! แฟนต้าน้ำส้ม 1 ขวด ราคา $1.99 (ประมาณ 60 บาท) หู๊ยยยยแอบแพงอ่าาา ขวดขนาดนี้ที่ไทย15 บาทเองเด้อ เราก็ให้แบงค์ $100 กับแคชเชียร์ไป เค้ามองหน้าแรงมาก ( เพิ่งมารู้ทีหลังว่า ประหนึ่งเราซื้อขนม 5 บาท แล้วให้แบงค์ 1,000) รับเงินทอนมาทั้งแบงค์ทั้งเหรียญอะไรไม่รู้งงไปหมด 


แบงค์ดอลลาร์แต่ละชนิด

แบงค์ไม่เท่าไหร่ มั่นใจใครๆ ก็ใช้ได้ ใช้เป็น ไม่มีปัญหาแน่นอน พอมาเจอเหรียญมีเงิบกันทุกคนจ๊ะ! มาดู มาเรียนรู้แบงค์และเหรียญดอลล่าร์กันค่ะ


แบงค์ดอลลาร์ แยกออกเป็น:

1 ดอลลาร์ เป็นรูปจอร์จ วอชิงตัน (George Washington) ประธานาธิปดีคนแรกของสหรัฐ

2 ดอลล่าร์ (ไม่ค่อยเจอทั่วไป จัดเป็นแบงค์หายาก) โทมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson) ประธานาธิบดีคน ที่ 3 เป็นผู้ร่าง "คำประกาศอิสรภาพสหรัฐอเมริกา" (Declaration of Independence)

5 ดอลล่าร์ เป็นรูปของประธานาธิปดีคนที่ 16 อับราฮัม ลินคอล์น (Abraham Lincoln) ผู้มีบทบาทสำคัญในการเลิกทาสของสหรัฐฯ เจ้าของประโยคอมตะ “จงทำลาย ศัตรูของท่านด้วยการทำให้เขาเป็นมิตร"

10 ดอลล่าร์ อเล็กซานเดอร์ แฮมิลตัน (Alexander Hamilton) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนแรกของประเทศสหรัฐฯ

20 ดอลล่าร์ แอนดรูว์ แจ็กสัน (Andrew Jackson) ประธานาธิบดีคนที่ 7 เป็นผู้นำสงคราม เมื่อครั้งที่รบกับอินเดียนแดงที่ครีก และชัยชนะต่อกองทัพอังกฤษที่นิวออร์ลีนส์

50 ดอลล่าร์ 50 ดอลลาร์ - ยูลิสซิส ซิมป์สัน แกรนท์ (Ulysses Simpson Grant) ประธานาธิบดีคนที่ 18 แกรนท์ เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐฯ คนแรกที่เดินทางไปเยือนประเทศไทยเมื่อปี 1879 ในสมัยของรัชกาลที่ 5

100 ดอลล่าร์ เบนจามิน แฟลงคลิน (Benjamin Franklin) ผู้คิดค้นสายล่อฟ้าฯลฯ ทั้งยังเป็นผู้เริ่มก่อตั้งห้องสมุดแห่งแรกในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย


เหรียญดอลล่าร์ แยกออกเป็น:

เหรียญ 1 เซนต์ (cent) เรียกว่า เหรียญเพนนี (penny) เปรียบได้กับ เหรียญ 1 สตางค์

เหรียญ 5 เซนต์ (cent) เรียกว่า เหรียญนิกเกิ้ล (nickle) เปรียบได้กับ เหรียญ 5 สตางค์

เหรียญ 10 เซนต์ (cent) เรียกว่า เหรียญไดม์ (dime) เปรียบได้กับ เหรียญ 10 สตางค์ ไดม์ มีขนาดเล็กสุดในบรรดาเหรียญ

เหรียญ 25 เซนต์ (cent) เรียกว่า เหรียญควอเตอร์ (quarter) เปรียบได้กับ เหรียญ 25 สตางค์

เหรียญ 50 เซนต์ (cent) เรียกว่า เหรียญฮาฟ ดอลล่าร์ (half dollar) เปรียบได้กับ เหรียญ 50 สตางค์

เหรียญ 1 ดอลลาร์ (dollar) เรียกว่า เหรียญดอลลาร์ (dollar coin) เปรียบเสมือนเหรียญ 1 บาท


เหรียญ 1¢, 5¢, 10¢, 25¢, 50¢ และ 1 ดอลล่าร์



เหรียญดอลลาร์จะไม่เรียงขนาดเล็ก-ใหญ่ตามค่าเงิน ซึ่งเหรียญไดม์(10¢) มีขนาดเล็กที่สุด


ใช่ค่ะ! เราเคยชินกับเหรียญบาท 100 เหรียญ มีค่าเท่ากับ 100 บาท  เวลามาเจอ 100 เซนต์เท่ากับ 1 ดอลลาร์ มีเงิบค่ะ! เนื่องจากสับสนกับขนาดของเหรียญที่ไม่เรียงจากขนาดเล็กมาใหญ่เหมือนไทย

 
ตัวอย่างเช่น 

เหรียญ 1 เพนนี 100 เหรียญ เท่ากับ 1 ดอลล่าร์ หากเราซื้อน้ำอัดลมราคา $1.99 จะต้องมีเหรียญเพนนี ถึง 199 เหรียญเลยเด้ออออ! (ราคายังไม่รวมภาษีนะค่ะ) 

นี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้ชาวอเมริกันนิยมใช้บัตรเครดิตกันมาก เราเองก็เช่นกัน รูดปรื๊ดๆ สะดวก ง่าย ไม่ต้องปวดหัวนับเงินทอน โดยเฉพาะเหรียญ 555

ตู้นับเหรียญอัตโนมัติ


อย่างไรก็ตาม เราสามารถนำเหรียญมาแลกเป็นแบงค์หรือโอนเข้าบัญชีเราได้ เช่นกันค่ะ 

เครื่องจะแยกประเภทของเหรียญแต่ละชนิดเอง และโชว์ยอดเงินรวมทั้งหมด


#ตู้นับเหรียญทั่วไปจะคิดค่าบริการประมาณ 10% ของยอดเงินที่แลก

#ตู้นับเหรียญของธนาคารที่เราใช้บริการอยู่ ฟรีค่าบริการ! ^0^



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

50 สิ่งต้องทิ้ง! จี้ใจดำมาก!!

บทความนี้ ได้แรงบันดาลใจจาก “ คุณชิโฮมิ ชิโมมุระ ” ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดระเบียบชีวิตจากญี่ปุ่น ท่านได้แนะนำให้จัดบ้าน ด้วยการ “ ทิ้งสิ่งของที่ไม่จำเป็น ” เพื่อบ้านที่เป็นระเบียบและชีวิตที่เบาสบายยิ่งขึ้น โดยแบ่งเป็น 5 หมวดง่ายๆ ดังนี้ค่ะ สำหรับใครที่อยากจัดบ้าน อยากเคลียร์ของ เพื่อเริ่มต้นอะไรๆ ใหม่ๆ มาเช็คกันเลยค่ะ ว่ามีอะไรที่ควรโละออกไปบ้าง!!   หมวดที่ 1: ของพัง ของที่ใช้งานไม่ได้แล้ว  1. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่พังแล้วและไม่คิดจะซ่อม  2. เฟอร์นิเจอร์ที่ขวางประตูหรือทางเดิน  3. ปากกาที่เขียนไม่ติด  4. ต่างหูที่เหลือแค่ข้างเดียว  5. ถุงเท้าเปื่อยที่ใส่อีกครั้งก็ขาดแน่  6. รองเท้าที่ใส่แล้วเจ็บเท้าตลอด  7. ไม้หนีบผ้าที่แห้งกรอบจนแตกหักง่าย  8. เสื้อผ้าที่คิดว่าจะเก็บไว้ใส่ “ตอนผอม”  9. ถ้วยจานที่ชำรุดหรือบิ่น  10. ต้นไม้ดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาแล้ว หมวดที่ 2: ของที่ไม่เคยใช้เลย  11. เสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่มานานกว่า 1 ปี  12. กระเป๋าที่หนักจนไม่คิดจะใช้  13. หม้อที่หนักจนไม่อยากหยิบ  14. เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารสำหรับแขก (ที่บ้าน...

นิทานสองภาษาเรื่อง “เจ้าป่าจอมตะกละและกระต่ายป่าผู้ชาญฉลาด (The lion and the hare)

Once upon a time, there was a dense forest, where had lots of animals and birds living it. วันซ์ อัพพอน อะ ไทม์, แธร์ วอส อะ เดนส์ ฟอร์เรส, แวร์ แฮด ลอท ออฟ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟวิ่ง อิท. กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว, มีป่าหนาทึบอยู่แห่งหนึ่ง, ที่ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ป่าและนกต่างๆ นานาชนิด อาศัยอยู่ในนั้น. All the animals and birds lived in perfect harmony. No bigger animal or bird ever killed a smaller one for food. ออล เดอะ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟต์-ดึด อิน เพอเฟคท์ ฮาร์มโมนี่. โน บิ๊กเกอร์ แอนนิมอล ออร์ เบิร์ด เอฟเวอร์ คิว-ดึด อะ สมอลเลอร์ วัน ฟอร์ ฟู๊ด. เหล่าสัตว์ป่าและนกนานาชนิด ต่างอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างผาสุข. ไม่มีสัตว์ใหญ่นักล่าไล่ฆ่าสัตว์ตัวเล็กๆ เป็นอาหารเลย หรือแม้กระทั่งพวกนกนักฆ่าเอง ก็ไม่ล่าอาหารเช่นกัน. However, there was one exception, and that was the king of the jungle- an evil lion. The lion hunted around the forest at all times and killed animals for food. ฮาวเอฟเวอร์, แธร์ วอส วัน เอ็กเซ็บชั่น, แอนด์ แธท วอส เดอะ คิง ออฟ เดอะ จังเกิ้ล- อัน อีวิ้ว ไลออน. เดอะ ไลออน ฮัน...

นิทานเรื่อง เพื่อนรักต่างพันธุ์ (A Special Friendship)

In a village, there was a boy named “Bob” who lived with his mother in a small house. Every day after class, Bob went into the forest to pick up woods with his mother. อิน อะ วิลเลจ, แธร์ วอส อะ บอย เนม-มึด “ป๊อบ” ฮู ลิฟ-ดึด วิธ ฮีส ม๊าเตอร์ อิน อะ สมอลล์ เฮาส์. เอฟเวอรี่ เดย์ อาฟเตอร์ คลาส, ป๊อบ เว็นท์ อินทู เดอะ ฟอเรสท์ ทู พิค อัฟ วูดส์ วิธ ฮิส ม๊าเตอร์. ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง, มีเด็กชายคนหนึ่ง เค้ามีชื่อว่า “ป๊อบ” เขาได้อาศัยอยู่กับมารดาในบ้านหลังน้อยๆ หลังหนึ่ง. ในทุกๆ วัน หลังจากเลิกเรียนแล้ว, ป๊อบมักจะเข้าไปในป่า เพื่อหาฟืนกับแม่ของเค้า. One day, on the way to the forest, Bob found a homeless puppy by the road. He looked so sad and miserable. Seeing how hungry the puppy was, Bob decided to bring him home to take care of him. วัน เดย์, ออน เดอะ เวย์ ทู เดอะ ฟอเรสท์, ป๊อบ ฟาวด์ อะ โฮมเลส พัพพี่ บาย เดอะ โรด. ฮี ลุ๊ค โซ แซด แอนด์ มิสราเบิ้ล. ซียิ้ง ฮาว ฮังกรี เดอะ พัพพี่ วอส, ป๊อบ ดีซาย-ดึด ทู บริง ฮิม โฮม ทู เทค แคร์ ออฟ ฮิม. อยู่มาวันนึง, ในระหว่างทางเดินเข้าไปในป่านั้น, ป๊อบได้เจอกั...

ฟรีวีซ่า “พาสปอร์ตไทย ปี 68” 🇹🇭🇹🇭🇹🇭

พาสปอร์ต 10 ปี 1,500 บาท พาสปอร์ต 5 ปี 1,000 บาท อัพเดรตใหม่ล่าสุด 36 ประเทศ และดินแดนที่คนไทยไปเที่ยวได้ โดย “ไม่ต้องขอวีซ่า ปี 2568” แค่ถือพาสปอร์ตไทย ก็เข้าประเทศไปเที่ยวได้เลยเด้อออ ✈️✈️✈️ 🌍   ทวีปเอเชีย:  🌍 🇯🇵 ญี่ปุ่น* (15 วัน) 🇨🇳 จีน (30 วัน) *เริ่ม 1 มีนาคม 2567 🇨🇳 มณฑลไห่หนาน* (30 วัน) (เกาะทางใต้ของจีน) 🇹🇼 ไต้หวัน* (14 วัน) *ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2566 – 31 กรกฎาคม 2568 🇲🇻 มัลดีฟส์* (30 วัน) 🇱🇦 ลาว (30วัน)  🇸🇬 สิงคโปร์* (30 วัน) 🇭🇰 ฮ่องกง (30 วัน) 🇻🇳 เวียดนาม (30 วัน) 🇲🇾 มาเลเซีย* (30 วัน) 🇮🇩 อินโดนีเซีย* (30 วัน) 🇵🇭 ฟิลิปปินส์* (30 วัน) 🇲🇲 เมียนมา (14 วัน) *International Airport Only  🇰🇭 กัมพูชา (14 วัน) 🇲🇴 มาเก๊า (เขตบริหารพิเศษของสาธารณรัฐประชาชน จีน) (30 วัน) 🇧🇳 บรูไน* (14 วัน) 🇶🇦 กาตาร์* (30 วัน) 🇧🇭 บาห์เรน (14 วัน) 🇲🇳 มองโกเลีย (30 วัน) 🇬🇪 จอร์เจีย* (365 วัน) 🇰🇬 คีร์กีซ* (60 วัน) *ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2564 – 31 กรกฎาคม 2568  🇮🇳 อินเดีย (30วัน **ให้เช็คกับสถานฑูตอีกครั้งจ้า**)  🇹🇯 ทาจิกิสถาน* (30 วัน) 🇰...

นิทานเรื่อง “เจ้าหญิงบนยอดเขาแก้ว” (The Princess On The Glass hill)

Long, long time ago, there lived a farmer who had three sons and forty acres of fields. But every year on mid-summers, every last plant on his land was eaten. The farmer sent his three sons out to guard the field the next year. ลอง, ลอง ไทม์ อะโก, แธร์ ลิฟ-ดึด อะ ฟาร์มเมอ ฮู แฮด ตรี ซัน แอนด์ ฟอร์ตี้ เอเคอร์ ออฟ ฟิล์ด. บัท เอเวอรี่ เยียร์ ออน มิด-ซัมเมอร์, เอเวอรี่ ลาสท์ แพลนท์ ออน ฮีส แลนด์ วอส อีท-ทีน. เดอะ ฟาร์มเมอ เซนท์ ฮีส ตรี ซัน เอาซ์ ทู การ์ด เดอะ ฟิล์ด เดอะ เน็ทซ์ เยียร์. กาลครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว, ชาวนาคนหนึ่ง เค้ามีลูกชายอยู่ด้วยกันสามคน และชาวนามีที่ทำกินสี่สิบเอเคอร์ (ประมาณร้อยกว่าไร่). แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางฤดูร้อนของทุกๆ ปี, ผลผลิตในไร่ของเค้าก็มักจะถูกทำลายเสียหายเรื่อยมา. ดังนั้น ชาวนาจึงได้ส่งลูกชายทั้งสามคนของเค้า ให้ออกไปเฝ้าดูแลผลผลิตในไร่. The oldest son, Barty, was very tall and very thin.  The middle son, Otis, was very fat and lazy.  That night he heard a scream and ran from the field. เดอะ โอลด์เดสท์ ซัน, บาร์ตี๊, วอส เวรี่ ทอล แอนด์ เวรี่ ธิน....