ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กรีนการ์ด(Green Card) สำคัญใฉน?


กรีนการ์ด(Green Card) สำคัญใฉน?

Green Card หรือ Permanent Resident Card คือบัตรประจำตัวที่รัฐบาลสหรัฐฯออกให้สำหรับบุคลที่ได้รับการอนุญาตให้เข้ามาอยู่อาศัยรวมถึงทำงานอย่างถาวรในสหรัฐอเมริกา สามารถเข้า-ออกอเมริกาได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าเรียกได้ว่าเป็นใบรับรองให้อยู่ในอเมริกาและทำงานได้อย่างถูกกฎหมายแต่ไม่ถึงกับเป็นพลเมืองอเมริกัน



ขอกรีนการ์ดอย่างไร

การขอกรีนการ์ด สามารถทำได้ 4 เส้นทางที่เหมาะสมกับคนไทยและสถานทูตในไทยรับรอง คือ

  1. การแต่งงานกับพลเมืองอเมริกันหรือการขอตั้งถิ่นฐานโดยผ่านทางสายสัมพันธ์ทางครอบครัว (Immigration through a Family Member)
  2. การขอตั้งถิ่นฐานโดยผ่านทางการจ้างงาน (Immigration through Employment)
  3. การขอตั้งถิ่นฐานโดยผ่านทางโครงการเสี่ยงโชคกรีนการ์ด (กรีนการ์ดล็อตโต้หรือล็อตเตอรี่วีซ่า) (Immigration through the Diversity Lottery)
  4. การขอตั้งถิ่นฐานโดยผ่านการลงทุน (Immigration through Investment)


กรีนการ์ด
 มีทั้งหมด 2 ประเภท

  1. กรีนการ์ดแบบมีเงื่อนไข มีอายุ 2 ปี คนที่จะได้รับกรีนการ์ดประเภทนี้ ได้แก่ คนที่ขอกรีนการ์ดโดยการแต่งงานกับพลเมืองอเมริกา รวมทั้งผู้ที่ได้รับสิทธิจากการลงทุนเพื่อการสร้างงานในอเมริกา และเมื่อผ่าน 2 ปีไปแล้ว ถ้าคู่แต่งงานยังรักกันดีหรือมีโอกาสได้อยู่ต่อโดยที่มีความประพฤษไม่ผิดกฏหมายก็จะเปลี่ยนเป็นกรีนการ์ดแบบถาวรต่อไป
  2. กรีนการ์ดแบบถาวร ต้องต่ออายุทุกๆ 10 ปี โดยผู้ถือกรีนการ์ดทั้ง 2 แบบนั้นต่างมีสิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบเท่า  กัน ความแตกต่างระหว่างกรีนการ์ดทั้ง 2 แบบมีเพียงเล็กน้อย คือ กรีนการ์ดแบบมีเงื่อนไข จะหมดอายุภายในปี จำเป็นต้องยื่นเรื่องเพื่อเปลี่ยน ถึงจะได้กรีนการ์ดถาวรแบบ 10 ปีนั้นเอง

ข้อห้ามของกรีนการ์ด (Green Card) 


ข้อห้ามของกรีนการ์ด (Green Card) คือจะไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง สามารถทำงานทั่วไปได้แต่ไม่มีสิทธิ์ทำงานให้กับองค์กรรัฐบาล ห้ามทำหน้าที่เป็นลูกขุนในศาล หากผู้ถือกรีนการ์ดทำผิดกฎหมายจะถูกส่งกลับประเทศของตน ส่วนพาสปอร์ตที่ถือ ก็ยังเป็นของประเทศของตนอยู่ ยังไม่สามารถทำพาสปอร์ตอเมริกันได้ ต้องรอจนกว่าจะเป็นพลเมืองอเมริกัน และถ้าออกนอกอเมริกาเกินเวลาที่กำหนด จะทำให้หมดสิทธิ์ในการถือกรีนการ์ดได้ด้วยค่ะ


บัตรกรีนการ์ด



  • ด้านหน้าของบัตร
  1. Surname/Last name นามสกุลของเรา
  2. Given name/Fist name ชื่อของเรา 
  3. USCIS number เลข USCIS ของเรา
  4. Country of birth ประเทศที่เราเกิด
  5. Date of birth วัน เดือน ปีเกิด
  6. Sex เพศ
  7. Expiration date วันหมดอายุของบัตร
  8. Issue date วันที่ออกบัตร
  9. Fingerprint ลายนิ้วมือ
  10. Photo of the Green Card holder รูปถ่ายเจ้าของบัตร
  11. Visa category ประเภทของวีซ่าของเรา
  • ด้านหลังของบัตร

  1. A barcode บาร์โค้ด (ด้านบนสุด)
  2. Photo of the Green Card holder รูปถ่ายเจ้าของบัตร
  3. A three-line machine-readable code (as on a passport) ตัวเลขบรรทัดสามเส้น (ตัวเลขเดียวกันกับพลาสปอร์ตเรา)

ประเทศยกเว้นวีซ่าสำหรับผู้ถือกรีนการ์ด


  1. Canada แคนาดา
  2. Mexico เม็กซิโก
  3. Costa Rica คอสโต ริโก้
  4. Georgia จอร์เจีย
  5. The British Virgin Islands หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน
  6. Aruba and Curaçao อารูบาและคูราเซา
  7. The Balkans บอลข่าน
  8. Singapore สิงคโปร์
  9. Peru เปรู
จะเห็นได้ว่า กรีนการ์ดเป็นเรื่องของความถูกต้องและทำให้เราอาศัยอยู่ได้ โดยไม่ผิดกฎหมายและยังรวมไปถึงการทำงานที่เราสามารถเลือกทำได้หลายรูปแบบ อีกทั้งกรีนการ์ดยังทำให้เรามีสิทธิ์มีเสียงแทบจะเทียบเท่ากับคนสัญชาติอเมริกัน ส่วนใหญ่แล้ววิธีที่นิยมที่สุดคือ การแต่งงานกับชาวอเมริกันหรือมีเครือญาติอาศัยอยู่ในอเมริกา กรณีนี้ก็ใช้ขอกรีนการ์ดได้เช่นกันค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บิสมาร์ค (Bismarck) เมืองเล็กไม่ดัง.. แต่เที่ยวแล้วสบายใจ

บิสมาร์ค (Bismarck) เป็นเมืองเล็กๆ น่ารักตั้งอยู่ตรงกลางภาคเหนือ ของอเมริกา อยู่ริมแม่น้ำมิสซูรี่ (Missouri River) หน้าหนาว อากาศหนาวหิมะแทบท่วมหัว แต่พอเข้าหน้าร้อน บอกเลยว่าสวยมาก สวยจนลืมความหนาวที่เคยหนาวไปเลยค่ะ เมืองนี้ไม่วุ่นวาย ผู้คนใจดี มีแต่ความสโลว์ไลฟ์แบบอบอุ่นๆ เหมือนทุกคนในเมืองรู้จักกันหมดเลย แต่ก็ยังมีห้าง ร้านกาแฟ โรงพยาบาลดีๆ และพื้นที่ธรรมชาติเพียบ! บิสมาร์ค (Bismarck)  อาจไม่ใช่เมืองที่ติดลิสต์ท่องเที่ยวยอดนิยมของอเมริกา  ไม่มีตึกสูง ไม่มีแสงสี ไม่มีแลนด์มาร์กอลังการ  แต่สิ่งที่เมืองนี้มี คือ  พื้นที่หายใจ ความสงบ และกิจกรรมเรียบง่ายที่ทำแล้วรู้สึกดี!  ยิ่งถ้าใครชอบธรรมชาติ ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง หรือเที่ยวกับครอบครัวจะยิ่งหลงรักเมืองนี้ง่ายๆ เอาได้ค่ะ  จะว่าเงียบก็เงียบดี จะว่าเหงาก็มีบ้าง แต่เป็นเมืองที่อยู่แล้วรู้สึกปลอดภัย เรียบง่าย และเหมือนชีวิตได้พักหายใจยาวๆ ⭐ เมืองบิสมาร์ค (Bismarck) เป็นยังไง? เป็นเมืองหลวงของรัฐนอร์ท ดาโกต้า (North Dakota) เมืองสงบ ผู้คนเป็นมิตร ชีวิตสโลว์ไลฟ์ แต่มีครบทุกอย่างที่ต้องการ อากาศ หนาวจัดมาก ฤดูหน...

ต่อมความเปรี้ยวทำงาน! ผลไม้จิ้มเกลือของคนไทยไกลบ้าน!

🍋  ผลไม้จิ้มเกลือเมืองนอก..  เมื่อคนอิสานตาดำๆ อย่างเรา ต้องเอาตัวรอดจากความอยาก “ของเปรี้ยวๆ” ในอเมริกา  🇺🇸🌶️ ถ้าคุณเป็นคนเอเชีย โดยเฉพาะคนไทย—อีสานอย่างข้อย! บอกเลยว่า “ต่อมความเปรี้ยว” ในร่างกาย ต้องถูกฝึกใช้งานมาตั้งแต่ยังบ่ฮู้ความแน่นอน โตมากับมะม่วงดิบ มะยม ฝรั่งจิ้มพริกเกลือ เปรี้ยวจนตาเหลือก แต่ใจกะยังยิ้มได้อยู่เด้อจร้า 😆 เราโตมากับ.. ✅ มะม่วงดิบจิ้มพริกเกลือ ✅ มะยมหน้าบ้าน ✅ ฝรั่งรถเข็น ✅ น้ำปลาหวานถุงเล็กๆ ✅ กินไป น้ำลายแตกไป แต่มีความสุขมาก 😭 พอวันหนึ่งต้องย้ายมาอยู่ “ อเมริกา”  ทุกอย่างดูดีหมด ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ ผลไม้ลูกโต สีสวย ดูแพง แต่พอกัดเข้าไปคำแรกเท่านั้นแหละ… “หวาน” “หวานอีกแล้ว” “หวานนนนน.. หวาน!” มะม่วงมีนะ …แต่เป็นมะม่วงสุก❌ ฝรั่งก็มี …แต่หวานกรอบแบบไม่ต้องจิ้มอะไร❌ มะยม?… ขอโทษค่ะ ไม่รู้จัก 😅 ชีวิตคนอิสานตาดำๆ อย่างข้อยจึงเริ่มภารกิจใหม่  ตามหาผลไม้เปรี้ยว ตัดต่อมเปรี้ยวปาก! 🌶️  ผลไม้เมืองนอก 20 อย่าง ตัวแทนผลไม้เปรี้ยว จิ้มพริกเกลือแบบคนอิสานไกลบ้าน บางอย่างเปรี้ยวจริง   บางอย่างเปรี้ยวปลอม แค่หาได้ในอเมริกา … ถือว่า...

นิทานสองภาษาเรื่อง “เจ้าป่าจอมตะกละและกระต่ายป่าผู้ชาญฉลาด (The lion and the hare)

Once upon a time, there was a dense forest, where had lots of animals and birds living it. วันซ์ อัพพอน อะ ไทม์, แธร์ วอส อะ เดนส์ ฟอร์เรส, แวร์ แฮด ลอท ออฟ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟวิ่ง อิท. กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว, มีป่าหนาทึบอยู่แห่งหนึ่ง, ที่ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ป่าและนกต่างๆ นานาชนิด อาศัยอยู่ในนั้น. All the animals and birds lived in perfect harmony. No bigger animal or bird ever killed a smaller one for food. ออล เดอะ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟต์-ดึด อิน เพอเฟคท์ ฮาร์มโมนี่. โน บิ๊กเกอร์ แอนนิมอล ออร์ เบิร์ด เอฟเวอร์ คิว-ดึด อะ สมอลเลอร์ วัน ฟอร์ ฟู๊ด. เหล่าสัตว์ป่าและนกนานาชนิด ต่างอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างผาสุข. ไม่มีสัตว์ใหญ่นักล่าไล่ฆ่าสัตว์ตัวเล็กๆ เป็นอาหารเลย หรือแม้กระทั่งพวกนกนักฆ่าเอง ก็ไม่ล่าอาหารเช่นกัน. However, there was one exception, and that was the king of the jungle- an evil lion. The lion hunted around the forest at all times and killed animals for food. ฮาวเอฟเวอร์, แธร์ วอส วัน เอ็กเซ็บชั่น, แอนด์ แธท วอส เดอะ คิง ออฟ เดอะ จังเกิ้ล- อัน อีวิ้ว ไลออน. เดอะ ไลออน ฮัน...

เตรียมตัวบิสมาร์ค (Bismarck) 🆚 วีซ่า J1 (Work & Travel) รอดชัวร์! ✈️

น้องๆ ฟังพี่ก่อนนะ… พี่ไม่ได้จะขู่! แต่จะบอกให้เตรียมตัวแบบคนเคยรอดมาแล้วค่ะ 😂 บิสมาร์คไม่ได้น่ากลัว ไม่ได้สวยกิ๊งเหมือนเมืองใหญ่ๆ แต่เป็นเมืองที่ .. “ถ้ารู้จักมันดีๆ จะรักแบบไม่รู้ตัว  เพราะอะไรนะ?” …ก็เพราะมันทั้งหนาว ทั้งเงียบ ทั้งลมแรง แต่คนใจดีสุดๆ! พี่พูดเลยว่า ตอนพี่มาแรกๆ คือยืนงงในดงหิมะ ลมตีหน้า แถมรถไม่มี อาศัยเพื่อนลากไปทำงานทุกวัน 😅 แต่พออยู่เป็น! รู้ทาง! รู้เวลา! รู้วิธีแต่งตัวเอาชีวิตรอด! …ชีวิตคือดีขึ้นแบบทันตาเห็น! โพสต์นี้พี่เลยรวมทุกอย่างที่อยากให้ “น้องรู้ก่อนจะบินมา”  เพื่อไม่ต้องมายืนคิดในใจว่า… “เอ๊ะ นี่เรามาฝึกงาน หรือมาฝึกความแกร่งของชีวิตคะพี่?” 🤣 ✅ 📌 เหมาะกับ J1 / Work / Seasonal /ผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ 1. เตรียมใจเรื่องอากาศก่อนอย่างแรก  🌨️ บิสมาร์ค (Bismarck) หนาวจริง หนาวจัดแบบติดลบสองหลัก หิมะยาวหลายเดือน ลมแรงมาก เดินแล้วน้ำตาไหลเป็นเรื่องปกติ 👉 มาถึงให้รีบซื้อเสื้อหนาวดีๆ ที่ร้านในพื้นที่ เช่น Scheels, Kohl’s จะอุ่นกว่าเสื้อจากไทย (ร้านของใช้มือสองของดีๆ ก็มีนะค่ะ) 📍 น้องๆ ฟังพี่ก่อน… บิสมาร์ค ไม่ได้มีแต่โลกน้ำแข็งนะ! 😂  ?...

นิทานเรื่อง “เจ้าหญิงบนยอดเขาแก้ว” (The Princess On The Glass hill)

Long, long time ago, there lived a farmer who had three sons and forty acres of fields. But every year on mid-summers, every last plant on his land was eaten. The farmer sent his three sons out to guard the field the next year. ลอง, ลอง ไทม์ อะโก, แธร์ ลิฟ-ดึด อะ ฟาร์มเมอ ฮู แฮด ตรี ซัน แอนด์ ฟอร์ตี้ เอเคอร์ ออฟ ฟิล์ด. บัท เอเวอรี่ เยียร์ ออน มิด-ซัมเมอร์, เอเวอรี่ ลาสท์ แพลนท์ ออน ฮีส แลนด์ วอส อีท-ทีน. เดอะ ฟาร์มเมอ เซนท์ ฮีส ตรี ซัน เอาซ์ ทู การ์ด เดอะ ฟิล์ด เดอะ เน็ทซ์ เยียร์. กาลครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว, ชาวนาคนหนึ่ง เค้ามีลูกชายอยู่ด้วยกันสามคน และชาวนามีที่ทำกินสี่สิบเอเคอร์ (ประมาณร้อยกว่าไร่). แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางฤดูร้อนของทุกๆ ปี, ผลผลิตในไร่ของเค้าก็มักจะถูกทำลายเสียหายเรื่อยมา. ดังนั้น ชาวนาจึงได้ส่งลูกชายทั้งสามคนของเค้า ให้ออกไปเฝ้าดูแลผลผลิตในไร่. The oldest son, Barty, was very tall and very thin.  The middle son, Otis, was very fat and lazy.  That night he heard a scream and ran from the field. เดอะ โอลด์เดสท์ ซัน, บาร์ตี๊, วอส เวรี่ ทอล แอนด์ เวรี่ ธิน....