ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พลาสปอร์ต&วีซ่า คนละเรื่องเดียวกัน

มาเข้าใจให้ถูกต้องกันค่ะ “พลาสปอร์ตและวีซ่า” เหมือนหรือต่างกันอย่างไร เชื่อเลยคะว่าหลายๆ คนคงคุ้นหูรู้จักกันดี จากการได้ยินได้ฟัง ไม่ว่าจะมาจากหนัง ละครดังหลังข่าว แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าทั้งสองอย่างนี้ มันคนละเรื่องเดียวกันนะคะ😉 ยังไงนั้นหรอ เรามาเข้าเรื่องกันเลยคะ


พลาสปอร์ต (Passport) หนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัวประชาชนสำหรับพลเมืองของประเทศนั้นๆ (เมื่ออยู่ต่างประเทศ) เช่น พลาสปอร์ตไทย ออกให้สำหรับคนไทยเท่านั้น เราสามารถขอพลาสปอร์ตได้ที่ กรมการกงสุลไทยและสำนักงานหนังสือเดินทาง



พลาสปอร์ตไทยหรือหนังสือเดินทางไทย สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่า กล่าวคือ ฟรีวีซ่านั้นเอง



32 ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า/ฟรีวีซ่า


รายชื่อประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า (Free Visa) สำหรับพลาสปอร์ตบุคคลธรรมดา

  • 14 วัน : บาห์เรนบรูไนกัมพูชาเมียนมา
  • 15 วัน : ญี่ปุ่น
  • 30 วัน : มณฑลไห่หนาน ประเทศจีนฮ่องกงอินโดนีเซียลาวมาเก๊ามาเลเซียมองโกเลียมัลดีฟส์ฟิลิปปินส์กาตาร์รัสเซียเซเชลส์สิงคโปร์แอฟริกาใต้ไต้หวันตุรกีวานูอาตูเวียดนาม
  • 90 วัน : แอลแบเนียอาร์เจนติน่าบราซิลชิลีเอกวาดอร์เกาหลีใต้เปรู
  • 180 วัน : ปานามา 
  • 360 วัน : จอร์เจีย

#ปล หลังจากลงบทความนี้ไปแล้ว ข้อมูลประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจเช็กข้อมูลที่เว็บไซต์ของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ อีกครั้ง



เดินท่องเที่ยวแบบฟรีวีซ่า (Free Visa) ต้องเตรียมอะไรอีกบ้าง?

  • พลาสปอร์ต (Passport)
  • หนังสือรับรองการทำงาน (Certificate of employment)
  • สมุดบัญชีที่มีความเคลื่อนไหวทุกเดือน
  • กรณีเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรือผู้เยาว์ จำเป็นต้องมีสูติบัตรติดตัวไว้เสมอ และในกรณีที่เด็กไม่ได้เดินทางไปกับพ่อแม่ ผู้ที่พาไปต้องมีสูติบัตรพร้อมหนังสือรับรองจากผู้ปกครองของเด็กที่ขอมาจากที่ทำการเขตเป็นฉบับภาษาอังกฤษแนบมาด้วย
  • กรณีลูกที่ออกค่าใช้จ่ายให้พ่อและแม่ หรือพ่อแม่ที่ออกค่าใช้จ่ายให้ลูกตลอดการเดินทางต้องมีหนังสือสปอนเซอร์ (Sponsor) ถือไปพร้อมสูติบัตรด้วย
  • ตั๋วเครื่องบินการเดินทาง ขาไปและกลับ
  • หลักฐานการจองที่พักเป็นหลักแหล่งชัดเจน
  • แผนการเดินทางอย่างละเอียด เพื่อแสดงให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าเรามาเพื่อท่องเที่ยว ไม่ได้มีเจตนาอื่นที่ผิดกฎหมายและต้องอธิบายตามแผนได้ กรณีที่ถูกสอบถามหรือเรียกดูเอกสาร (เข้าห้องเย็น)

#ปล. เอกสารเหล่านี้เป็นหลักฐานที่ช่วยยืนยันได้ว่าเรามาเพื่อเดินทางท่องเที่ยวจริงๆ 



วีซ่า (Visa) คือ หนังสือเดินทางสำหรับชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าไปในประเทศนั้นๆ เช่น หากเรามีแฟนชาวต่างชาติแฟนของเราต้องการมาเยี่ยมเราที่ไทย แฟนต้องทำวีซ่าไทยก่อนจึงจะเข้ามาในประเทศของเราได้ แต่ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนนะค่ะ อย่างที่บอกคะพลาสปอร์ตแต่ละประเทศจะมีข้อยกเว้นไม่ต้องมีวีซ่าก็สามารถเข้าประเทศพันธสัญญาได้ดังนั้นเราควรตรวจสอบให้ดีก่อนที่เราจะเดินทางค่ะ ว่าฟรีวีซ่าหรือไม่ สำหรับผู้ที่ต้องการทำวีซ่าสามารถติดต่อสถานทูตหรือศูนย์รับยื่นคำร้องขอวีซ่าโดยตรง บางประเทศสามารถยื่นขอออนไลน์ได้ และบางประเทศขอวีซ่าที่สนามบินปลายทางได้เลยคะ อธิบายแบบง่ายๆ แล้วก็คือ พลาสปอร์ต ก็คือบัตรประชาชนสำหรับใช้งานทั่วโลก ส่วนวีซ่านั้นก็เป็นบัตรผ่านทางในการเข้าประเทศนั้นๆ นั่นเองค่ะ


ประเภทของพาสปอร์ต


พลาสปอร์ตไทย


พาสปอร์ตของไทยแบ่งเป็น 4 ประเภท ดังนี้


1.  ปกสีน้ำตาล – หนังสือเดินทางธรรมดา (Ordinary Passport) ออกให้สำหรับประชาชนทั่วไป หนังสือเดินทางมีอายุไม่เกิน 5 ปี มี 66 หน้า ไม่สามารถต่ออายุเพิ่มได้


2. ปกสีน้ำเงินเข้ม – หนังสือเดินทางราชการ (Official Passport) มีอายุไม่เกิน 5 ปี ผู้ถือต้องใช้ในราชการเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้ในการเดินทางส่วนตัว มีข้อกำหนดให้ออกให้เฉพาะข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่จัดตั้งตามรัฐธรรมนูญ สมาชิกรัฐสภาซึ่งเดินทางไปราชการในต่างประเทศ และบุคคลอื่นใดที่เดินทางเพื่อทำประโยชน์แก่ทางราชการตามที่กระทรวงการต่างประเทศอนุมัติเท่านั้น

3. ปกสีแดงสด – หนังสือเดินทางทูต (Diplomatic Passport)
มีอายุไม่เกิน 5 ปี ไม่สามารถต่ออายุเพิ่มได้ มีข้อกำหนดออกให้เฉพาะบุคคลดังต่อไปนี้

         3.1 พระบรมวงศ์และพระนัดดาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

         3.2 พระอนุวงศ์ชั้นพระองค์เจ้าและคู่สมรส

         3.3 พระราชวงศ์และบุคคลสำคัญที่ราชเลขาธิการขอไปเป็นกรณีพิเศษ

         3.4 ประธานองคมนตรี และองคมนตรี

         3.5 นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี

         3.6 ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานและรองประธานวุฒิสภา

          3.7 ประธานศาลฎีกา รองประธานศาลฎีกา และประธานศาลอุทธรณ์

         3.8 
ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานศาลปกครองสูงสุด

          3.9 อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ

          3.10 
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ

          3.11 
ข้าราชการที่มีตำแหน่งทางการทูต ซึ่งเดินทางไปราชการในต่างประเทศ

          3.12 
ข้าราชการที่มีตำแหน่งทางการทูต ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประจำอยู่  ส่วนราชการในต่างประเทศ คู่สมรส และบุตรในประเทศที่ประจำอยู่หรือทำการศึกษาอยู่ในประเทศอื่น แต่บุตรจะต้องอายุไม่เกิน 25 ปี

          3.13 
คู่สมรสที่ร่วมเดินทางไปกับบุคคลดังกล่าวในข้อ 3.2-3.8

          3.14 
บุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการหรือภายใต้พันธกรณีระหว่างประเทศ หรือภายใต้สถานการณ์พิเศษที่มีความจำเป็น หรือเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติคุณของประเทศไทย

4. ปกสีเขียว – หนังสือเดินทางชั่วคราว (Temporary Passport)

 


ประเภทของวีซ่า


วีซ่าเป็นกระดาษหรือสติ๊กเกอร์ติดอยู่ในหน้าของพลาสปอร์ตของเรา


วีซ่า เป็นรอยตราประทับหรือแผ่นกระดาษสติ๊กเกอร์ติดอยู่ในพลาสปอร์ตนะค่ะ วีซ่าแบ่งออกเป็นหลายประเภท ตามวัตถุประสงค์ในการเดินทางดังนี้

1. ประเภทคนเดินทางผ่านราชอาณาจักร (Transit Visa)
จะออกให้แก่คนประเทศที่ไม่ได้ถือสัญชาตินั้น ที่ประสงค์จะเดินทางเข้า มาในประเทศ เพื่อ เดินทางผ่านเล่นกีฬาเป็นผู้ควบคุมพาหนะหรือเป็น คนประจำพาหนะที่เข้ามายังท่า โดยจะมีอายุวีซ่า 3 เดือน พักได้ไม่ เกินครั้งล่ะ 30 วัน

2. ประเภทนักท่องเที่ยว (Tourist Visa) จะออกให้แก่คนประเทศที่ไม่ได้ถือสัญชาตินั้นที่ประสงค์จะเดินทางเข้า มาในประเทศ เพื่อ การท่องเที่ยว โดยจะมีอายุวีซ่า 3 เดือน หรือ 6 เดือน พักได้ไม่เกินครั้งล่ะ 60 วัน

3. ประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa) จะออกให้แก่คนประเทศที่ไม่ได้ถือสัญชาตินั้นที่ประสงค์จะเดินทางเข้า มาในประเทศ เพื่อ การปฏิบัติหน้าที่ทางราชการ การติดต่อประกอบธุรกิจ การทำงาน การลงทุนที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง การ เข้ามาใช้ชีวิตในบั้นปลายในฐานะผู้สูงอายุ การเข้ามาในประเทศเพื่อการ รักษาพยาบาล โดยมีอายุวีซ่า 3 เดือนสำหรับเดินทางครั้งเดียว หรือ 1 ปีสำหรับเดินทางหลายครั้ง พักได้ไม่เกินครั้งล่ะ 90 วัน

4. ประเภททูต (Diplomatic Visa) จะออกให้แก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทางการทูตหรือกงสุล หรือการปฏิบัติ หน้าที่ราชการ และผู้ร้องจะต้องถือหนังสือเดินทางทูต หรือ หนังสือเดินทางสหประชาชาติซึ่งเทียบเท่าหนังสือเดินทางทูต เท่านั้น โดยพักได้ไม่เกินครั้งล่ะ 90 วัน

5. ประเภทราชการ (Official Visa) จะออกให้ในการขอรับการตรวจลงตราเข้ามาในประเทศเป็นการชั่วคราวเพื่อ ปฏิบัติหน้าที่ทางราชการ และผู้ร้องจะต้องถือหนังสือเดินทางราชการหรือหนังสือเดินทางสหประชาชาติ ซึ่งเทียบเท่าหนังสือเดินทางราชการเท่านั้น โดยพักได้ไม่เกินครั้งล่ะ 90 วัน

6. ประเภทอัธยาศัยไมตรี (Courtesy Visa) จะออกให้เฉพาะ การขอรับการตรวจลงตราเข้ามาในราชอาณาจักร เป็นการชั่วคราว หรือการขอรับการตรวจลงตราของผู้ถือหนังสือเดินทาง ธรรมดาโดยจะมีอายุวีซ่า 3 เดือน หรือ 6 เดือน พักได้ไม่เกินครั้งล่ะ 90 วัน


วิธีจำง่ายๆ ของเรา “หนังสือเดินทางคือ บัตรประชาชนเวอร์ชั่นใช้ทั่วโลกสำหรับคนไทยก็ไปทำได้ที่กระทรวงการต่างประเทศ (กองหนังสือเดินทาง กรมการกงสุลส่วน วีซ่า คือ บัตรผ่านเข้าประเทศ อันนี้ต้องไปขอที่สถานทูตของประเทศที่เราจะไป” เลือกใช้ให้ถูกนะจ๊ะ 😄😄


ขอบคุณข้อมูลจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บิสมาร์ค (Bismarck) เมืองเล็กไม่ดัง.. แต่เที่ยวแล้วสบายใจ

บิสมาร์ค (Bismarck) เป็นเมืองเล็กๆ น่ารักตั้งอยู่ตรงกลางภาคเหนือ ของอเมริกา อยู่ริมแม่น้ำมิสซูรี่ (Missouri River) หน้าหนาว อากาศหนาวหิมะแทบท่วมหัว แต่พอเข้าหน้าร้อน บอกเลยว่าสวยมาก สวยจนลืมความหนาวที่เคยหนาวไปเลยค่ะ เมืองนี้ไม่วุ่นวาย ผู้คนใจดี มีแต่ความสโลว์ไลฟ์แบบอบอุ่นๆ เหมือนทุกคนในเมืองรู้จักกันหมดเลย แต่ก็ยังมีห้าง ร้านกาแฟ โรงพยาบาลดีๆ และพื้นที่ธรรมชาติเพียบ! บิสมาร์ค (Bismarck)  อาจไม่ใช่เมืองที่ติดลิสต์ท่องเที่ยวยอดนิยมของอเมริกา  ไม่มีตึกสูง ไม่มีแสงสี ไม่มีแลนด์มาร์กอลังการ  แต่สิ่งที่เมืองนี้มี คือ  พื้นที่หายใจ ความสงบ และกิจกรรมเรียบง่ายที่ทำแล้วรู้สึกดี!  ยิ่งถ้าใครชอบธรรมชาติ ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง หรือเที่ยวกับครอบครัวจะยิ่งหลงรักเมืองนี้ง่ายๆ เอาได้ค่ะ  จะว่าเงียบก็เงียบดี จะว่าเหงาก็มีบ้าง แต่เป็นเมืองที่อยู่แล้วรู้สึกปลอดภัย เรียบง่าย และเหมือนชีวิตได้พักหายใจยาวๆ ⭐ เมืองบิสมาร์ค (Bismarck) เป็นยังไง? เป็นเมืองหลวงของรัฐนอร์ท ดาโกต้า (North Dakota) เมืองสงบ ผู้คนเป็นมิตร ชีวิตสโลว์ไลฟ์ แต่มีครบทุกอย่างที่ต้องการ อากาศ หนาวจัดมาก ฤดูหน...

ต่อมความเปรี้ยวทำงาน! ผลไม้จิ้มเกลือของคนไทยไกลบ้าน!

🍋  ผลไม้จิ้มเกลือเมืองนอก..  เมื่อคนอิสานตาดำๆ อย่างเรา ต้องเอาตัวรอดจากความอยาก “ของเปรี้ยวๆ” ในอเมริกา  🇺🇸🌶️ ถ้าคุณเป็นคนเอเชีย โดยเฉพาะคนไทย—อีสานอย่างข้อย! บอกเลยว่า “ต่อมความเปรี้ยว” ในร่างกาย ต้องถูกฝึกใช้งานมาตั้งแต่ยังบ่ฮู้ความแน่นอน โตมากับมะม่วงดิบ มะยม ฝรั่งจิ้มพริกเกลือ เปรี้ยวจนตาเหลือก แต่ใจกะยังยิ้มได้อยู่เด้อจร้า 😆 เราโตมากับ.. ✅ มะม่วงดิบจิ้มพริกเกลือ ✅ มะยมหน้าบ้าน ✅ ฝรั่งรถเข็น ✅ น้ำปลาหวานถุงเล็กๆ ✅ กินไป น้ำลายแตกไป แต่มีความสุขมาก 😭 พอวันหนึ่งต้องย้ายมาอยู่ “ อเมริกา”  ทุกอย่างดูดีหมด ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ ผลไม้ลูกโต สีสวย ดูแพง แต่พอกัดเข้าไปคำแรกเท่านั้นแหละ… “หวาน” “หวานอีกแล้ว” “หวานนนนน.. หวาน!” มะม่วงมีนะ …แต่เป็นมะม่วงสุก❌ ฝรั่งก็มี …แต่หวานกรอบแบบไม่ต้องจิ้มอะไร❌ มะยม?… ขอโทษค่ะ ไม่รู้จัก 😅 ชีวิตคนอิสานตาดำๆ อย่างข้อยจึงเริ่มภารกิจใหม่  ตามหาผลไม้เปรี้ยว ตัดต่อมเปรี้ยวปาก! 🌶️  ผลไม้เมืองนอก 20 อย่าง ตัวแทนผลไม้เปรี้ยว จิ้มพริกเกลือแบบคนอิสานไกลบ้าน บางอย่างเปรี้ยวจริง   บางอย่างเปรี้ยวปลอม แค่หาได้ในอเมริกา … ถือว่า...

เตรียมตัวบิสมาร์ค (Bismarck) 🆚 วีซ่า J1 (Work & Travel) รอดชัวร์! ✈️

น้องๆ ฟังพี่ก่อนนะ… พี่ไม่ได้จะขู่! แต่จะบอกให้เตรียมตัวแบบคนเคยรอดมาแล้วค่ะ 😂 บิสมาร์คไม่ได้น่ากลัว ไม่ได้สวยกิ๊งเหมือนเมืองใหญ่ๆ แต่เป็นเมืองที่ .. “ถ้ารู้จักมันดีๆ จะรักแบบไม่รู้ตัว  เพราะอะไรนะ?” …ก็เพราะมันทั้งหนาว ทั้งเงียบ ทั้งลมแรง แต่คนใจดีสุดๆ! พี่พูดเลยว่า ตอนพี่มาแรกๆ คือยืนงงในดงหิมะ ลมตีหน้า แถมรถไม่มี อาศัยเพื่อนลากไปทำงานทุกวัน 😅 แต่พออยู่เป็น! รู้ทาง! รู้เวลา! รู้วิธีแต่งตัวเอาชีวิตรอด! …ชีวิตคือดีขึ้นแบบทันตาเห็น! โพสต์นี้พี่เลยรวมทุกอย่างที่อยากให้ “น้องรู้ก่อนจะบินมา”  เพื่อไม่ต้องมายืนคิดในใจว่า… “เอ๊ะ นี่เรามาฝึกงาน หรือมาฝึกความแกร่งของชีวิตคะพี่?” 🤣 ✅ 📌 เหมาะกับ J1 / Work / Seasonal /ผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ 1. เตรียมใจเรื่องอากาศก่อนอย่างแรก  🌨️ บิสมาร์ค (Bismarck) หนาวจริง หนาวจัดแบบติดลบสองหลัก หิมะยาวหลายเดือน ลมแรงมาก เดินแล้วน้ำตาไหลเป็นเรื่องปกติ 👉 มาถึงให้รีบซื้อเสื้อหนาวดีๆ ที่ร้านในพื้นที่ เช่น Scheels, Kohl’s จะอุ่นกว่าเสื้อจากไทย (ร้านของใช้มือสองของดีๆ ก็มีนะค่ะ) 📍 น้องๆ ฟังพี่ก่อน… บิสมาร์ค ไม่ได้มีแต่โลกน้ำแข็งนะ! 😂  ?...

นิทานสองภาษาเรื่อง “เจ้าป่าจอมตะกละและกระต่ายป่าผู้ชาญฉลาด (The lion and the hare)

Once upon a time, there was a dense forest, where had lots of animals and birds living it. วันซ์ อัพพอน อะ ไทม์, แธร์ วอส อะ เดนส์ ฟอร์เรส, แวร์ แฮด ลอท ออฟ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟวิ่ง อิท. กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว, มีป่าหนาทึบอยู่แห่งหนึ่ง, ที่ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ป่าและนกต่างๆ นานาชนิด อาศัยอยู่ในนั้น. All the animals and birds lived in perfect harmony. No bigger animal or bird ever killed a smaller one for food. ออล เดอะ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟต์-ดึด อิน เพอเฟคท์ ฮาร์มโมนี่. โน บิ๊กเกอร์ แอนนิมอล ออร์ เบิร์ด เอฟเวอร์ คิว-ดึด อะ สมอลเลอร์ วัน ฟอร์ ฟู๊ด. เหล่าสัตว์ป่าและนกนานาชนิด ต่างอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างผาสุข. ไม่มีสัตว์ใหญ่นักล่าไล่ฆ่าสัตว์ตัวเล็กๆ เป็นอาหารเลย หรือแม้กระทั่งพวกนกนักฆ่าเอง ก็ไม่ล่าอาหารเช่นกัน. However, there was one exception, and that was the king of the jungle- an evil lion. The lion hunted around the forest at all times and killed animals for food. ฮาวเอฟเวอร์, แธร์ วอส วัน เอ็กเซ็บชั่น, แอนด์ แธท วอส เดอะ คิง ออฟ เดอะ จังเกิ้ล- อัน อีวิ้ว ไลออน. เดอะ ไลออน ฮัน...

นิทานเรื่อง “เจ้าหญิงบนยอดเขาแก้ว” (The Princess On The Glass hill)

Long, long time ago, there lived a farmer who had three sons and forty acres of fields. But every year on mid-summers, every last plant on his land was eaten. The farmer sent his three sons out to guard the field the next year. ลอง, ลอง ไทม์ อะโก, แธร์ ลิฟ-ดึด อะ ฟาร์มเมอ ฮู แฮด ตรี ซัน แอนด์ ฟอร์ตี้ เอเคอร์ ออฟ ฟิล์ด. บัท เอเวอรี่ เยียร์ ออน มิด-ซัมเมอร์, เอเวอรี่ ลาสท์ แพลนท์ ออน ฮีส แลนด์ วอส อีท-ทีน. เดอะ ฟาร์มเมอ เซนท์ ฮีส ตรี ซัน เอาซ์ ทู การ์ด เดอะ ฟิล์ด เดอะ เน็ทซ์ เยียร์. กาลครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว, ชาวนาคนหนึ่ง เค้ามีลูกชายอยู่ด้วยกันสามคน และชาวนามีที่ทำกินสี่สิบเอเคอร์ (ประมาณร้อยกว่าไร่). แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางฤดูร้อนของทุกๆ ปี, ผลผลิตในไร่ของเค้าก็มักจะถูกทำลายเสียหายเรื่อยมา. ดังนั้น ชาวนาจึงได้ส่งลูกชายทั้งสามคนของเค้า ให้ออกไปเฝ้าดูแลผลผลิตในไร่. The oldest son, Barty, was very tall and very thin.  The middle son, Otis, was very fat and lazy.  That night he heard a scream and ran from the field. เดอะ โอลด์เดสท์ ซัน, บาร์ตี๊, วอส เวรี่ ทอล แอนด์ เวรี่ ธิน....