ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

จ่ายภาษีไม่เสียเปล่า! รู้ทันสิทธิ์เกษียณในอเมริกา

อธิบายแบบง่าย ๆ เรื่อง “ทำงาน~จ่ายภาษีในอเมริกา” กับ “สิทธิ์ได้เงินเกษียณ (Social Security Retirement Benefits)” นะคะ


⭐️ 1) ทำงาน + จ่ายภาษี = ได้สิทธิ์เกษียณอย่างไร?

ในอเมริกา ถ้าคุณ ทำงานถูกต้อง + นายจ้างหักภาษี Social Security (FICA)

คุณจะสะสม “เครดิต (Work Credits)”


📌 คุณต้องมี 40 credits เพื่อมีสิทธิ์รับเงินเกษียณ = ประมาณ ทำงานเต็มเวลา 10 ปี (ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่อง)

  • ทำงาน 1 ปี → ได้ประมาณ 4 credits
  • สะสมครบ 40 → มีสิทธิ์รับเงินเกษียณตอนอายุ 62–70

จำนวนเงินที่ได้ขึ้นอยู่กับ:

✔ รายได้เฉลี่ยทั้งชีวิต

✔ จำนวนปีที่ทำงาน

✔ ตอนที่คุณเริ่มรับเงิน (62 / 67 / 70)


Work Credit ของระบบ มีเงื่อนไขเกี่ยวกับรายได้ขั้นต่ำ ดังนี้:  


💡 1 เครดิต ต้องมีรายได้ขั้นต่ำเท่าไหร่?

  • ในปี 2026 คุณต้องมีรายได้จากงานที่ถูกหักภาษี Social Security (wages หรือ self-employment income) อย่างน้อย $1,890 เพื่อให้ได้ 1 เครดิต
  • ถ้าคุณได้ รายได้ $7,560 หรือมากกว่าในปีเดียวกัน — คุณจะได้ 4 เครดิตเต็มปี (ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดต่อปี)

⭐️ 2) ไม่ได้ทำงาน (ไม่จ่ายภาษี) = จะได้เงินเกษียณไหม?

ถ้า คุณไม่เคยทำงาน และไม่เคยจ่าย Social Security เลย → คุณไม่มีสิทธิ์รับเงินเกษียณด้วยตัวเอง แต่ยังมีอีก 2 แบบที่ “อาจได้เงินจากคู่สมรสหรือของรัฐ” ได้ค่ะ


⭐️ 3) ไม่ทำงาน แต่ได้เงินเกษียณจาก “คู่สมรส” ได้

เรียกว่า Spousal Benefits คุณจะได้เงินได้ถ้า…

  • คู่สมรสของคุณมีสิทธิ์ Social Security แล้ว
  • คุณแต่งงานอยู่กันอย่างน้อย 1 ปี
  • คุณไม่มีเครดิตพอของตัวเอง


💰 ได้สูงสุดประมาณ 50% ของเงินเกษียณคู่สมรส


ตัวอย่าง: สามีได้ $2,000/เดือน → ภรรยาที่ไม่ทำงานอาจได้ $1,000/เดือน

⭐️ 4) ไม่ทำงาน ได้เงินเกษียณจาก “รัฐ” แบบคนรายได้น้อย

ถ้าคุณอาศัยอยู่ในอเมริกาแบบถูกต้อง และรายได้น้อยมาก

คุณอาจจะได้:

✔ SSI – Supplemental Security Income เป็นเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย

  • ผู้สูงอายุ 65+
  • ไม่ได้ขึ้นกับการทำงาน
  • ขึ้นกับรายได้และทรัพย์สินของคุณ

⭐️ 5) สรุปง่ายที่สุด

สถานะ

ได้เงินเกษียณไหม

ทำงาน + จ่ายภาษี 10 ปี

 ได้จาก Social Security

ไม่ทำงานเลย

 ไม่ได้จาก Social Security

ไม่ทำงาน แต่คู่สมรสทำงาน

 ได้ Spousal Benefit

รายได้น้อยมาก 65+

 อาจได้ SSI


ถ้าอยากรู้แบบเฉพาะกรณีของคุณ เช่น

  • คุณทำงานประมาณ 1 ปี 
  • จ่าย w2 (self-employed)
  • แต่งงานแล้วและคู่สมรสทำงานมาตลอดจนเกษียณ

สรุปให้ชัดๆ ตามสถานการณ์ของคุณนะคะ 👇


✅ ภาพรวมสถานการณ์ของคุณ

  • คุณทำงาน 1 ปี → มีเครดิตนิดเดียว (ประมาณ 4 credits)
  • ต้องมี 40 credits ถึงจะได้เงินเกษียณของตัวเอง → ยังไม่พอค่ะ
  • คุณ แต่งงาน
  • คู่สมรสทำงาน → มีสิทธิ์ขอ Spousal Benefit ในอนาคต

⭐️ 1) สิทธิ์ของคุณตอนเกษียณ

ตอนนี้คุณจะมี “2 แบบ” ที่อาจได้เงินในอนาคต


⭐️ A) ได้เงินจาก “คู่สมรส” (Spousal Benefit)

ถ้าคุณไม่สะสมเครดิตครบด้วยตัวเอง คุณยังสามารถรับเงินเกษียณได้จากคู่สมรสถึง สูงสุด 50% ของเงินเกษียณเขา

📍เงื่อนไข 

  • แต่งงานกันอย่างน้อย 1 ปี
  • คู่สมรสต้องมีสิทธิ์ Social Security แล้ว (ทำงาน 10 ปีขึ้นไป)
  • คุณต้องมีอายุ 62+ ตอนขอ
  • ไม่จำเป็นต้องหย่าหรืออะไรทั้งนั้น


ตัวอย่างให้เห็นภาพ; ถ้าคู่สมรสได้เงินเกษียณ

  • $2,000/เดือน → คุณอาจได้ $1,000
  • $1,500/เดือน → คุณอาจได้ $750

(ถ้าคุณเริ่มรับตอน 62 ปี จะได้น้อยลงประมาณ 30%)


⭐️ B) สิทธิ์ของคุณเอง (Worker Benefit)

คุณทำงาน 1 ปี → ยังไม่พอค่ะ ต้องทำงานประมาณ 10 ปีเต็ม ถึงจะเริ่มมีสิทธิ์รับของตัวเอง ถ้าในอนาคตคุณไปทำงานเพิ่มจนครบ 40 credits คุณก็จะได้เงินเกษียณของตัวเองด้วย


⭐️ 2) ถ้าคุณไม่ทำงานเพิ่มเลย = คุณยังได้เงินตอนแก่ค่ะ

คุณจะได้เงินจาก 2 ทางนี้ได้:


✔ จากคู่สมรส (หลัก ๆ ของคุณ)

✔ หรือถ้ารายได้น้อยมากตอนแก่ (65+) → อาจได้ “SSI” จากรัฐ


ดังนั้น “ถึงคุณทำงานน้อย ก็ยังได้เงินตอนแก่ได้ค่ะ”

เพราะคู่สมรสทำงานอยู่ / แต่งงานแล้ว


⭐️ ถ้าอยากคำนวณประมาณคร่าวๆ?

ตัวอย่างเช่น…

  • คู่สมรสทำงานรายได้ประมาณเท่าไหร่ต่อปี
  • คุณตั้งใจจะทำงานต่อไหม
  • อยากรับเงินตอนอายุเท่าไหร่ (62, 67, หรือ 70)

โอเคน๊าา เดี๋ยวคำนวณให้แบบเข้าใจง่ายๆตามข้อมูลสมมติของเรานะคะ 😊😊👇


สมมติว่าตอนนี้

  • รายได้สมมติของคุณ: $65,000/ปี
  • ตั้งใจทำงานต่อจนขอรับเงินตอน อายุ 62 ปี
  • ตอนนี้มีแค่ 1 ปีเครดิต (4 credits) → ต้องทำงานรวม 10 ปี ถึงจะมีสิทธิ์ของตัวเอง

⭐️ 1) ถ้าคุณทำงานต่อจนได้ครบ 10 ปี


คุณจะมีสิทธิ์รับ เงินเกษียณของตัวเอง ตอน 62 ปี


💰 เงินเกษียณคร่าว ๆ (คาดการณ์จากรายได้ $65,000/ปี)


โดยประมาณ (ไม่ใช่ตัวเลขเป๊ะ แต่ใกล้เคียงมาก):


รับตอนอายุ

เงินที่น่าจะได้ต่อเดือน

62 ปี

ประมาณ $1,300–$1,450 / เดือน

67 ปี

ประมาณ $1,800–$2,000

70 ปี

ประมาณ $2,200–$2,400


เพราะการรับตอน 62 ปี = ตัดลดประมาณ 30%


⭐️ 2) ถ้าคู่สมรสของคุณทำงานด้วย

เมื่อคุณรับตอน 62 ปี คุณจะเปรียบเทียบว่า;

  • เงินของ ตัวเอง สูงกว่า
    หรือ
  • เงินจาก Spousal Benefit (50% ของคู่สมรส) สูงกว่า

Social Security จะให้ “อันที่สูงกว่า”

ตัวอย่าง🔏🔏

✅ ถ้าคู่สมรสได้เงินเกษียณอนาคต $2,500/เดือน

→ 50% = $1,250

→ ถ้าคุณได้ของตัวเอง $1,350

คุณจะรับ ของตัวเอง เพราะสูงกว่า


✅ ถ้าคู่สมรสได้ $3,000/เดือน

→ 50% = $1,500

→ เงินสามีเยอะกว่า → คุณจะได้ $1,500


⭐️ 3) สรุปแบบง่ายที่สุดสำหรับเคสสมมติของคุณ

ถ้าคุณทำงานต่อให้ครบ 10 ปี และมีรายได้ปีละประมาณ $65k:


✔ คุณจะมีสิทธิ์เงินเกษียณของตัวเอง


คาดว่าจะได้ $1,300–$1,450/เดือน ตอนอายุ 62


✔ ถ้าคู่สมรสได้เงินเยอะ คุณอาจได้มากขึ้น (Spousal Benefit)


ระบบจะให้ “เงินที่มากกว่า” โดยอัตโนมัติ


❗️ ถ้าคุณหยุดทำงานตอนนี้ (มีแค่ 1 ปี)


→ คุณ จะไม่ได้เงินเกษียณของตัวเอง

→ แต่ยังได้ Spousal Benefit จากคู่สมรสตอนอายุ 62–67


🌟 สรุปส่งท้าย 😉

การทำงานและจ่ายภาษีในอเมริกาไม่เคยสูญเปล่า เพราะทุกชั่วโมงที่เราทำงานและทุกดอลลาร์ที่หักเข้าระบบ ล้วนถูกเปลี่ยนเป็น “เครดิต” สำหรับอนาคตของเราเอง เมื่อสะสมถึง 40 เครดิต เราจะมีสิทธิ์รับเงินเกษียณ Social Security ซึ่งเป็นเสมือนรายได้ประจำที่จะคอยดูแลเราในยามอายุมากขึ้น ไม่ว่าคุณจะทำงานต่อเนื่องหรือหยุดพักเป็นช่วงๆ ระบบนี้ยังให้ความคุ้มครองจากรายได้ของคู่สมรส และยังมีสวัสดิการเสริมสำหรับผู้มีรายได้น้อยอีกด้วย 


อย่างไรก็ตาม การวางแผนเกษียณไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยค่ะ เริ่มสะสมตั้งแต่วันนี้ แค่ทีละปี ทีละเครดิต ก็เป็นการสร้างความมั่นคงให้กับตัวเองและครอบครัวในวันข้างหน้าได้อย่างมั่นใจแล้วคร้าา ✨





ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บิสมาร์ค (Bismarck) เมืองเล็กไม่ดัง.. แต่เที่ยวแล้วสบายใจ

บิสมาร์ค (Bismarck) เป็นเมืองเล็กๆ น่ารักตั้งอยู่ตรงกลางภาคเหนือ ของอเมริกา อยู่ริมแม่น้ำมิสซูรี่ (Missouri River) หน้าหนาว อากาศหนาวหิมะแทบท่วมหัว แต่พอเข้าหน้าร้อน บอกเลยว่าสวยมาก สวยจนลืมความหนาวที่เคยหนาวไปเลยค่ะ เมืองนี้ไม่วุ่นวาย ผู้คนใจดี มีแต่ความสโลว์ไลฟ์แบบอบอุ่นๆ เหมือนทุกคนในเมืองรู้จักกันหมดเลย แต่ก็ยังมีห้าง ร้านกาแฟ โรงพยาบาลดีๆ และพื้นที่ธรรมชาติเพียบ! บิสมาร์ค (Bismarck)  อาจไม่ใช่เมืองที่ติดลิสต์ท่องเที่ยวยอดนิยมของอเมริกา  ไม่มีตึกสูง ไม่มีแสงสี ไม่มีแลนด์มาร์กอลังการ  แต่สิ่งที่เมืองนี้มี คือ  พื้นที่หายใจ ความสงบ และกิจกรรมเรียบง่ายที่ทำแล้วรู้สึกดี!  ยิ่งถ้าใครชอบธรรมชาติ ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง หรือเที่ยวกับครอบครัวจะยิ่งหลงรักเมืองนี้ง่ายๆ เอาได้ค่ะ  จะว่าเงียบก็เงียบดี จะว่าเหงาก็มีบ้าง แต่เป็นเมืองที่อยู่แล้วรู้สึกปลอดภัย เรียบง่าย และเหมือนชีวิตได้พักหายใจยาวๆ ⭐ เมืองบิสมาร์ค (Bismarck) เป็นยังไง? เป็นเมืองหลวงของรัฐนอร์ท ดาโกต้า (North Dakota) เมืองสงบ ผู้คนเป็นมิตร ชีวิตสโลว์ไลฟ์ แต่มีครบทุกอย่างที่ต้องการ อากาศ หนาวจัดมาก ฤดูหน...

ต่อมความเปรี้ยวทำงาน! ผลไม้จิ้มเกลือของคนไทยไกลบ้าน!

🍋  ผลไม้จิ้มเกลือเมืองนอก..  เมื่อคนอิสานตาดำๆ อย่างเรา ต้องเอาตัวรอดจากความอยาก “ของเปรี้ยวๆ” ในอเมริกา  🇺🇸🌶️ ถ้าคุณเป็นคนเอเชีย โดยเฉพาะคนไทย—อีสานอย่างข้อย! บอกเลยว่า “ต่อมความเปรี้ยว” ในร่างกาย ต้องถูกฝึกใช้งานมาตั้งแต่ยังบ่ฮู้ความแน่นอน โตมากับมะม่วงดิบ มะยม ฝรั่งจิ้มพริกเกลือ เปรี้ยวจนตาเหลือก แต่ใจกะยังยิ้มได้อยู่เด้อจร้า 😆 เราโตมากับ.. ✅ มะม่วงดิบจิ้มพริกเกลือ ✅ มะยมหน้าบ้าน ✅ ฝรั่งรถเข็น ✅ น้ำปลาหวานถุงเล็กๆ ✅ กินไป น้ำลายแตกไป แต่มีความสุขมาก 😭 พอวันหนึ่งต้องย้ายมาอยู่ “ อเมริกา”  ทุกอย่างดูดีหมด ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ ผลไม้ลูกโต สีสวย ดูแพง แต่พอกัดเข้าไปคำแรกเท่านั้นแหละ… “หวาน” “หวานอีกแล้ว” “หวานนนนน.. หวาน!” มะม่วงมีนะ …แต่เป็นมะม่วงสุก❌ ฝรั่งก็มี …แต่หวานกรอบแบบไม่ต้องจิ้มอะไร❌ มะยม?… ขอโทษค่ะ ไม่รู้จัก 😅 ชีวิตคนอิสานตาดำๆ อย่างข้อยจึงเริ่มภารกิจใหม่  ตามหาผลไม้เปรี้ยว ตัดต่อมเปรี้ยวปาก! 🌶️  ผลไม้เมืองนอก 20 อย่าง ตัวแทนผลไม้เปรี้ยว จิ้มพริกเกลือแบบคนอิสานไกลบ้าน บางอย่างเปรี้ยวจริง   บางอย่างเปรี้ยวปลอม แค่หาได้ในอเมริกา … ถือว่า...

นิทานสองภาษาเรื่อง “เจ้าป่าจอมตะกละและกระต่ายป่าผู้ชาญฉลาด (The lion and the hare)

Once upon a time, there was a dense forest, where had lots of animals and birds living it. วันซ์ อัพพอน อะ ไทม์, แธร์ วอส อะ เดนส์ ฟอร์เรส, แวร์ แฮด ลอท ออฟ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟวิ่ง อิท. กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว, มีป่าหนาทึบอยู่แห่งหนึ่ง, ที่ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ป่าและนกต่างๆ นานาชนิด อาศัยอยู่ในนั้น. All the animals and birds lived in perfect harmony. No bigger animal or bird ever killed a smaller one for food. ออล เดอะ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟต์-ดึด อิน เพอเฟคท์ ฮาร์มโมนี่. โน บิ๊กเกอร์ แอนนิมอล ออร์ เบิร์ด เอฟเวอร์ คิว-ดึด อะ สมอลเลอร์ วัน ฟอร์ ฟู๊ด. เหล่าสัตว์ป่าและนกนานาชนิด ต่างอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างผาสุข. ไม่มีสัตว์ใหญ่นักล่าไล่ฆ่าสัตว์ตัวเล็กๆ เป็นอาหารเลย หรือแม้กระทั่งพวกนกนักฆ่าเอง ก็ไม่ล่าอาหารเช่นกัน. However, there was one exception, and that was the king of the jungle- an evil lion. The lion hunted around the forest at all times and killed animals for food. ฮาวเอฟเวอร์, แธร์ วอส วัน เอ็กเซ็บชั่น, แอนด์ แธท วอส เดอะ คิง ออฟ เดอะ จังเกิ้ล- อัน อีวิ้ว ไลออน. เดอะ ไลออน ฮัน...

เตรียมตัวบิสมาร์ค (Bismarck) 🆚 วีซ่า J1 (Work & Travel) รอดชัวร์! ✈️

น้องๆ ฟังพี่ก่อนนะ… พี่ไม่ได้จะขู่! แต่จะบอกให้เตรียมตัวแบบคนเคยรอดมาแล้วค่ะ 😂 บิสมาร์คไม่ได้น่ากลัว ไม่ได้สวยกิ๊งเหมือนเมืองใหญ่ๆ แต่เป็นเมืองที่ .. “ถ้ารู้จักมันดีๆ จะรักแบบไม่รู้ตัว  เพราะอะไรนะ?” …ก็เพราะมันทั้งหนาว ทั้งเงียบ ทั้งลมแรง แต่คนใจดีสุดๆ! พี่พูดเลยว่า ตอนพี่มาแรกๆ คือยืนงงในดงหิมะ ลมตีหน้า แถมรถไม่มี อาศัยเพื่อนลากไปทำงานทุกวัน 😅 แต่พออยู่เป็น! รู้ทาง! รู้เวลา! รู้วิธีแต่งตัวเอาชีวิตรอด! …ชีวิตคือดีขึ้นแบบทันตาเห็น! โพสต์นี้พี่เลยรวมทุกอย่างที่อยากให้ “น้องรู้ก่อนจะบินมา”  เพื่อไม่ต้องมายืนคิดในใจว่า… “เอ๊ะ นี่เรามาฝึกงาน หรือมาฝึกความแกร่งของชีวิตคะพี่?” 🤣 ✅ 📌 เหมาะกับ J1 / Work / Seasonal /ผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ 1. เตรียมใจเรื่องอากาศก่อนอย่างแรก  🌨️ บิสมาร์ค (Bismarck) หนาวจริง หนาวจัดแบบติดลบสองหลัก หิมะยาวหลายเดือน ลมแรงมาก เดินแล้วน้ำตาไหลเป็นเรื่องปกติ 👉 มาถึงให้รีบซื้อเสื้อหนาวดีๆ ที่ร้านในพื้นที่ เช่น Scheels, Kohl’s จะอุ่นกว่าเสื้อจากไทย (ร้านของใช้มือสองของดีๆ ก็มีนะค่ะ) 📍 น้องๆ ฟังพี่ก่อน… บิสมาร์ค ไม่ได้มีแต่โลกน้ำแข็งนะ! 😂  ?...

นิทานเรื่อง “เจ้าหญิงบนยอดเขาแก้ว” (The Princess On The Glass hill)

Long, long time ago, there lived a farmer who had three sons and forty acres of fields. But every year on mid-summers, every last plant on his land was eaten. The farmer sent his three sons out to guard the field the next year. ลอง, ลอง ไทม์ อะโก, แธร์ ลิฟ-ดึด อะ ฟาร์มเมอ ฮู แฮด ตรี ซัน แอนด์ ฟอร์ตี้ เอเคอร์ ออฟ ฟิล์ด. บัท เอเวอรี่ เยียร์ ออน มิด-ซัมเมอร์, เอเวอรี่ ลาสท์ แพลนท์ ออน ฮีส แลนด์ วอส อีท-ทีน. เดอะ ฟาร์มเมอ เซนท์ ฮีส ตรี ซัน เอาซ์ ทู การ์ด เดอะ ฟิล์ด เดอะ เน็ทซ์ เยียร์. กาลครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว, ชาวนาคนหนึ่ง เค้ามีลูกชายอยู่ด้วยกันสามคน และชาวนามีที่ทำกินสี่สิบเอเคอร์ (ประมาณร้อยกว่าไร่). แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางฤดูร้อนของทุกๆ ปี, ผลผลิตในไร่ของเค้าก็มักจะถูกทำลายเสียหายเรื่อยมา. ดังนั้น ชาวนาจึงได้ส่งลูกชายทั้งสามคนของเค้า ให้ออกไปเฝ้าดูแลผลผลิตในไร่. The oldest son, Barty, was very tall and very thin.  The middle son, Otis, was very fat and lazy.  That night he heard a scream and ran from the field. เดอะ โอลด์เดสท์ ซัน, บาร์ตี๊, วอส เวรี่ ทอล แอนด์ เวรี่ ธิน....