ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

นิทานเรื่อง “ฟักทองขาวมหัศจรรย์ (The white squash)”


Once upon a time, there lived a poor couple. They were very sad because they had no children. They always prayed to God to bless them with a child.
 
วันซ์ อะพอน อะ ไทม์, แธร์ ลิฟ-ดึ อะ พัวร์ คัพเพิล. เดย์ เวอร์ เวรี่ แซด บีคอส เธย์ แฮด โน ซิวเดิร์น. เดย์ ออลเวย์ เพรย์-ดึด ทู ก๊อด ทู เบลส เธ็ม วิธ อะ ซายด์.
  • กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว, มีสามีภรรยาสุดแสนจะยากไร้อยู่คู่หนึ่ง. พวกเขาอยู่อย่างไม่มีความสุข เพราะพวกเขาไม่มีลูกๆ เลย. พวกเขามักจะอธิษฐานขอพรต่อพระเจ้าให้ประทานลูกแก่พวกเขาอยู่เสมอ.

The couple was so poor that they hardly had much to eat. They lived on the big white squashes that grew in their garden.

เดอะ คัพเพิล วอส โซ พัวร์ แดท เดย์ ฮาร์ดลี่ แฮด ทู มัช ทู อีท. เดย์ ลิฟ-ดึ ออน เดอะ บิ๊ก ไวท์ สควอซ แดท กริว อิน แธร์ การ์เด็น.
  • คู่สามีภรรยาอยู่อย่างลำบากยากไร้ ต้องอดมื้อกินมื้อ เพราะอาหารมีไม่เพียงพอ. พวกเขาประทังชีวิตด้วยฟักทองขาวที่ได้ปลูกไว้ในสวนบองพวกเขา.

But one season, the vine stopped bearing fruits. A lot of flowers bloomed on it but they did not turn into fruits.

บัท วัน ซีซั่น, เดอะ ไวน์ สต๊อบ-เผึด แบรริ่ง ฟรุ๊ต. อะ ล๊อต ออฟ ฟลาวเวอร์ บลูม-มึด ออน อิท บัท เดย์ ดิด นอท เทิร์น อินทู ฟรุ๊ต.
  • แต่ในฤดูกาลหนึ่ง, เมื่อเครือฟักทองเริ่มออกผลผลิต. มันได้ออกดอกเบิ่งบานมากมาย แต่ช่อดอกเหล่านั้น ไม่ติดลูกฟักทองเลย. 

One day, the woman was very happy to see a small white squash. After a few days. It ripened and they decided to cut it.

วัน เดย์, เดอะ วูเม็น วอช เวรี่ แฮบปี้ ทู ซี อะ สมอล ไวท์ สคอวซ. อาฟเตอร์ อะ ฟิว เดย์. อิท ไรป์-เพ็น-ดึ แอนด์ เธย์ ดีชาย-ดิด ทู คัท อิท.
  • ต่อมาวันหนึ่ง, หญิงสาวมีความสุขมากๆ ที่ได้เห็นลูกฟักทองสีเขียวลูกเล็กๆ ลูกหนึ่ง. หลังจากวันเวลาได้ผ่านไปหลายวัน. ฟักทองลูกนั้นก็แก่เต็มวัย สองสามีภรรยาได้ตัดสินใจที่จะผ่าฟักทองลูกนั้น.

As they put the knife in, a small voice said, “Be careful!” When they carefully cut the white squash they found a small boy in it. The couple was very happy.

แอส เธย์ พุท เดอะ ไนฟ์ อิน, อะ สมอล วอซย์  เซด, “บี แคร์ฟู!” เว็น เธย์ แคร์ฟูลี่ คัท เดอะ ไวท์ สควอซ เดย์ ฟาวด์ อะ สมอล บอย อิน อิท. 
  • ทันทีที่สองสามีภรรยาวางมีดลงบนฟักทอง, ก็ได้มีเสียงเล็กๆ เสียงหนึ่งลอยออกมาว่า “ระวัง ระวังหน่อย!” หลังจากได้ยินเสียงนั้น พวกเขาก็ค่อยๆ บรรจงใช้มีดกรีดลงบนผิวของฟักทองขาวอย่างนิ่มนวล และต้องแปลกใจเมื่อเจอเด็กชายตัวน้อยๆ ในนั้น. 

The woman took the boy and bathed him with water. But to their astonishment.

เดอะ วูเม็น ทูก เดอะ บอย แอนด์ บาธ-ดึด ฮิม วิธ วอเตอร์. บัท ทู แธร์ แอสตอนนิสเม็น.
  • หญิงสาวได้รับเลี้ยงเด็กชายไว้ แต่เมื่อเธอได้อาบน้ำให้กับทารกน้อย. มันก็ได้เกิดเรื่องอัศจรรย์ขึ้น.

The water turned into gold as soon as it touched the boy. They realized that the boy was special and they were never poor again.

เดอะ วอเตอร์ เทิร์น อินทู โกลด์ แอส ซูน แอส อิท ทัช-เซ็ด เดอะ บอย. เดย์ เรียลไลเซ็ด แดท เดอะ บอย วอส สเปเชียล แอนด์ เดย์ เวอร์ เนเวอร์ พลัว อะเกน.
  • น้ำที่ใช้อาบนั้น ได้กลับกลายเป็นทองคำ ในทันทีทันได ที่มันได้สัมผัสกับเด็กชายตัวน้อยๆ. สองสามีภรรยารู้ได้ในทันทีว่า เด็กน้อยคนนี้เป็นเด็กวิเศษ หลังจากนั้นเป็นต้นมา พวกเขาก็ไม่เคยมีชีวิตอยู่อย่างยากไร้อีกเลย 

ปล. สควอซ (squash) 
เป็นพืชผักกลุ่ม ฟักทอง ฟักและฟักแฟง มักถูกเรียกว่า “น้ำเต้า” มีหลากหลายสายพันธุ์ และเป็นพืชท้องถิ่นของอเมริกาอีกด้วย 

ขอขอบคุณเนื้อหานิทานภาษาอังกฤษจาก: เว็ปไซต์ Bed time story.

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

50 สิ่งต้องทิ้ง! จี้ใจดำมาก!!

บทความนี้ ได้แรงบันดาลใจจาก “ คุณชิโฮมิ ชิโมมุระ ” ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดระเบียบชีวิตจากญี่ปุ่น ท่านได้แนะนำให้จัดบ้าน ด้วยการ “ ทิ้งสิ่งของที่ไม่จำเป็น ” เพื่อบ้านที่เป็นระเบียบและชีวิตที่เบาสบายยิ่งขึ้น โดยแบ่งเป็น 5 หมวดง่ายๆ ดังนี้ค่ะ สำหรับใครที่อยากจัดบ้าน อยากเคลียร์ของ เพื่อเริ่มต้นอะไรๆ ใหม่ๆ มาเช็คกันเลยค่ะ ว่ามีอะไรที่ควรโละออกไปบ้าง!!   หมวดที่ 1: ของพัง ของที่ใช้งานไม่ได้แล้ว  1. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่พังแล้วและไม่คิดจะซ่อม  2. เฟอร์นิเจอร์ที่ขวางประตูหรือทางเดิน  3. ปากกาที่เขียนไม่ติด  4. ต่างหูที่เหลือแค่ข้างเดียว  5. ถุงเท้าเปื่อยที่ใส่อีกครั้งก็ขาดแน่  6. รองเท้าที่ใส่แล้วเจ็บเท้าตลอด  7. ไม้หนีบผ้าที่แห้งกรอบจนแตกหักง่าย  8. เสื้อผ้าที่คิดว่าจะเก็บไว้ใส่ “ตอนผอม”  9. ถ้วยจานที่ชำรุดหรือบิ่น  10. ต้นไม้ดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาแล้ว หมวดที่ 2: ของที่ไม่เคยใช้เลย  11. เสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่มานานกว่า 1 ปี  12. กระเป๋าที่หนักจนไม่คิดจะใช้  13. หม้อที่หนักจนไม่อยากหยิบ  14. เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารสำหรับแขก (ที่บ้าน...

นิทานสองภาษาเรื่อง “เจ้าป่าจอมตะกละและกระต่ายป่าผู้ชาญฉลาด (The lion and the hare)

Once upon a time, there was a dense forest, where had lots of animals and birds living it. วันซ์ อัพพอน อะ ไทม์, แธร์ วอส อะ เดนส์ ฟอร์เรส, แวร์ แฮด ลอท ออฟ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟวิ่ง อิท. กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว, มีป่าหนาทึบอยู่แห่งหนึ่ง, ที่ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ป่าและนกต่างๆ นานาชนิด อาศัยอยู่ในนั้น. All the animals and birds lived in perfect harmony. No bigger animal or bird ever killed a smaller one for food. ออล เดอะ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟต์-ดึด อิน เพอเฟคท์ ฮาร์มโมนี่. โน บิ๊กเกอร์ แอนนิมอล ออร์ เบิร์ด เอฟเวอร์ คิว-ดึด อะ สมอลเลอร์ วัน ฟอร์ ฟู๊ด. เหล่าสัตว์ป่าและนกนานาชนิด ต่างอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างผาสุข. ไม่มีสัตว์ใหญ่นักล่าไล่ฆ่าสัตว์ตัวเล็กๆ เป็นอาหารเลย หรือแม้กระทั่งพวกนกนักฆ่าเอง ก็ไม่ล่าอาหารเช่นกัน. However, there was one exception, and that was the king of the jungle- an evil lion. The lion hunted around the forest at all times and killed animals for food. ฮาวเอฟเวอร์, แธร์ วอส วัน เอ็กเซ็บชั่น, แอนด์ แธท วอส เดอะ คิง ออฟ เดอะ จังเกิ้ล- อัน อีวิ้ว ไลออน. เดอะ ไลออน ฮัน...

ฟรีวีซ่า “พาสปอร์ตไทย ปี 68” 🇹🇭🇹🇭🇹🇭

พาสปอร์ต 10 ปี 1,500 บาท พาสปอร์ต 5 ปี 1,000 บาท อัพเดรตใหม่ล่าสุด 36 ประเทศ และดินแดนที่คนไทยไปเที่ยวได้ โดย “ไม่ต้องขอวีซ่า ปี 2568” แค่ถือพาสปอร์ตไทย ก็เข้าประเทศไปเที่ยวได้เลยเด้อออ ✈️✈️✈️ 🌍   ทวีปเอเชีย:  🌍 🇯🇵 ญี่ปุ่น* (15 วัน) 🇨🇳 จีน (30 วัน) *เริ่ม 1 มีนาคม 2567 🇨🇳 มณฑลไห่หนาน* (30 วัน) (เกาะทางใต้ของจีน) 🇹🇼 ไต้หวัน* (14 วัน) *ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2566 – 31 กรกฎาคม 2568 🇲🇻 มัลดีฟส์* (30 วัน) 🇱🇦 ลาว (30วัน)  🇸🇬 สิงคโปร์* (30 วัน) 🇭🇰 ฮ่องกง (30 วัน) 🇻🇳 เวียดนาม (30 วัน) 🇲🇾 มาเลเซีย* (30 วัน) 🇮🇩 อินโดนีเซีย* (30 วัน) 🇵🇭 ฟิลิปปินส์* (30 วัน) 🇲🇲 เมียนมา (14 วัน) *International Airport Only  🇰🇭 กัมพูชา (14 วัน) 🇲🇴 มาเก๊า (เขตบริหารพิเศษของสาธารณรัฐประชาชน จีน) (30 วัน) 🇧🇳 บรูไน* (14 วัน) 🇶🇦 กาตาร์* (30 วัน) 🇧🇭 บาห์เรน (14 วัน) 🇲🇳 มองโกเลีย (30 วัน) 🇬🇪 จอร์เจีย* (365 วัน) 🇰🇬 คีร์กีซ* (60 วัน) *ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2564 – 31 กรกฎาคม 2568  🇮🇳 อินเดีย (30วัน **ให้เช็คกับสถานฑูตอีกครั้งจ้า**)  🇹🇯 ทาจิกิสถาน* (30 วัน) 🇰...

นิทานเรื่อง เพื่อนรักต่างพันธุ์ (A Special Friendship)

In a village, there was a boy named “Bob” who lived with his mother in a small house. Every day after class, Bob went into the forest to pick up woods with his mother. อิน อะ วิลเลจ, แธร์ วอส อะ บอย เนม-มึด “ป๊อบ” ฮู ลิฟ-ดึด วิธ ฮีส ม๊าเตอร์ อิน อะ สมอลล์ เฮาส์. เอฟเวอรี่ เดย์ อาฟเตอร์ คลาส, ป๊อบ เว็นท์ อินทู เดอะ ฟอเรสท์ ทู พิค อัฟ วูดส์ วิธ ฮิส ม๊าเตอร์. ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง, มีเด็กชายคนหนึ่ง เค้ามีชื่อว่า “ป๊อบ” เขาได้อาศัยอยู่กับมารดาในบ้านหลังน้อยๆ หลังหนึ่ง. ในทุกๆ วัน หลังจากเลิกเรียนแล้ว, ป๊อบมักจะเข้าไปในป่า เพื่อหาฟืนกับแม่ของเค้า. One day, on the way to the forest, Bob found a homeless puppy by the road. He looked so sad and miserable. Seeing how hungry the puppy was, Bob decided to bring him home to take care of him. วัน เดย์, ออน เดอะ เวย์ ทู เดอะ ฟอเรสท์, ป๊อบ ฟาวด์ อะ โฮมเลส พัพพี่ บาย เดอะ โรด. ฮี ลุ๊ค โซ แซด แอนด์ มิสราเบิ้ล. ซียิ้ง ฮาว ฮังกรี เดอะ พัพพี่ วอส, ป๊อบ ดีซาย-ดึด ทู บริง ฮิม โฮม ทู เทค แคร์ ออฟ ฮิม. อยู่มาวันนึง, ในระหว่างทางเดินเข้าไปในป่านั้น, ป๊อบได้เจอกั...

นิทานเรื่อง “เจ้าหญิงบนยอดเขาแก้ว” (The Princess On The Glass hill)

Long, long time ago, there lived a farmer who had three sons and forty acres of fields. But every year on mid-summers, every last plant on his land was eaten. The farmer sent his three sons out to guard the field the next year. ลอง, ลอง ไทม์ อะโก, แธร์ ลิฟ-ดึด อะ ฟาร์มเมอ ฮู แฮด ตรี ซัน แอนด์ ฟอร์ตี้ เอเคอร์ ออฟ ฟิล์ด. บัท เอเวอรี่ เยียร์ ออน มิด-ซัมเมอร์, เอเวอรี่ ลาสท์ แพลนท์ ออน ฮีส แลนด์ วอส อีท-ทีน. เดอะ ฟาร์มเมอ เซนท์ ฮีส ตรี ซัน เอาซ์ ทู การ์ด เดอะ ฟิล์ด เดอะ เน็ทซ์ เยียร์. กาลครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว, ชาวนาคนหนึ่ง เค้ามีลูกชายอยู่ด้วยกันสามคน และชาวนามีที่ทำกินสี่สิบเอเคอร์ (ประมาณร้อยกว่าไร่). แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางฤดูร้อนของทุกๆ ปี, ผลผลิตในไร่ของเค้าก็มักจะถูกทำลายเสียหายเรื่อยมา. ดังนั้น ชาวนาจึงได้ส่งลูกชายทั้งสามคนของเค้า ให้ออกไปเฝ้าดูแลผลผลิตในไร่. The oldest son, Barty, was very tall and very thin.  The middle son, Otis, was very fat and lazy.  That night he heard a scream and ran from the field. เดอะ โอลด์เดสท์ ซัน, บาร์ตี๊, วอส เวรี่ ทอล แอนด์ เวรี่ ธิน....