ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

“พายุหิมะ” การเตรียมตัวและป้องกัน!

เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว (Winter Season or Winter Storm) โดยเฉพาะในพื้นที่ซึ่งมีอุณหภูมิต่ำ จะมี “หิมะหรือพายุหิมะ” ซึ่งเราต้องเตรียมความพร้อมหลายๆ ด้าน เพื่อรับมือกับความหนาวเย็น และเตรียมความพร้อมให้ร่างกายของเราอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายมากๆ ค่ะ แต่ก็ไม่ได้ยุ่งยากมากมายขนาดน๊าาน เปรียบให้เห็นภาพก็เหมือนเวลาบ้านเราย่างเข้าฤดูฝน เราก็ต้องเตรียม ร่ม เสื้อกันหนาว เสื้อกันฝน อะไรเบอนี้ เข้าเรื่องเลยละกัน ไม่มากความ เนื้อๆ เน้นๆ สิ่งที่เราต้องจัดเตรียมเพื่อรับมือกับความหนาวเย็นและพายุหิมะมีอะไรกันป้างมาดูกัน


“หิมะ” เรียกอีกอย่างว่า “น้ำแข็ง” เปรียบได้กับ “น้ำฝน” ที่ตกลงมาจากฟากฟ้า หากแต่ว่าแต่ละหยดของน้ำเป็น “เกล็ดน้ำแข็ง” ตกลงมาแทนที่จะเป็น “หยดน้ำ” เนื่องจากอุณหภูมิที่ต่ำกว่า “ศูนย์ องศาเซลเซียส” นั้นเอง

วางแผนเตรียมความพร้อม ถ้าเราอยู่ในเขต “พายุหิมะ” หรือเขตพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำ จะมีหิมะตกในช่วงฤดูหนาว ใช่ค่ะ! เราต้องมีแผนการล่วงหน้า เช่น เตรียมเครื่องนุ่งห่ม เตรียมบ้าน เตรียมรถ เตรียมเครื่องมือกำจัดหิมะ การใช้ถนนและการขับรถให้ปลอดภัย เป็นต้น 

เตรียมบ้านและรถให้พร้อมอย่างไร 

  • การเตรียมบ้าน
  1. ไล่น้ำออกจากท่อน้ำปะปานอกบ้านให้เรียบร้อย ก่อนที่อุณหภูมิจะต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง สามารถว่าจ้างบริษัทเอกชนหรือทำเองก็ได้ค่ะ โดยต้องใช้เครื่องไล่ลมที่มีแรงดันสูง ต่อเข้าไปในท่อน้ำปะปาและไล่น้ำออกจากสปิงเกอร์ (Sprinkler) ออกให้หมด 
  2. ตรวจเช็คประตู-หน้าต่าง และตรวจสอบขอบยางและฟิมล์กันแดดประตู-หน้าต่าง หากมีรอยรั่วหรือเสื่อมคุณภาพ ต้องเปลี่ยนให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันความเย็นเข้ามาในบ้านและกันความร้อนออกจากบ้านเช่นกัน
  3. ตรวจสอบรอยรั่วสายไฟรอบๆ ตัวบ้านและห้องใต้หลังคา (หากมี)
  4. ตัดแต่ง ต้นไม้ดอก ไม้ประดับ รอบๆ ตัวบ้านให้เรียบร้อย โดยเฉพาะใบไม้แห้ง ต้องกวาดออกจากสนามหญ้าให้หมด เพื่อความสวยงามและสุขอนามัยหลังหิมะละลาย 
  5. ตรวจเช็คเตาผิง (Fireplace) ว่าใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ (ในช่วงหน้าร้อนเตาผิงจะไม่ถูกใช้งาน) เตาผิงชนิดแก๊ส ก็จะตรวจสอบง่ายหน่อย ไม่มีแก๊สรั่วคือ ใช้งานได้ดี หากเป็นชนิดใช้ฝืน งานเข้าแน่นอน นั้นหมายความว่า เราต้องเตรียมตัดไม้ทำฝืนไว้แต่เนินๆ เพื่อที่เราจะได้มีฝืนใช้ตลอดช่วงฤดูหนาว
  6. ตรวจเช็คและติดตั้ง “กล่องสัญญาณเตือนไฟไหม้ (Smoke Detecter)” เนื่องจากบ้านของเรา ต้องทำความร้อนตลอด 24 ชั่วโมง จากเครื่องทำความร้อน (Heater) และเตาผิง (Fireplace) โอกาสเกิดไฟไหม้ภายในบ้าน จึงมีสูงมากกว่าฤดูกาลอื่นๆ 

  • การเตรียมรถ  อุปกรณ์ที่จำเป็น ควรมีติดรถ
  1. สายชาร์จมือถือ ต้องมีสำรองไว้ในรถเสมอ
  2. อุปกรณ์กันหนาว เช่น เสื้อกันหนาว ถุงมือ หมวกไหมพรม เป็นต้น 
  3. ไม้ปัดหิมะ (Windshield scraper or ice scraper and brush) สำคัญที่สุด! เอาไว้ปัดหิมะออกจากกระจกหน้า-หลัง รถ 
  4. พลั่ว (Snow shovel) เผื่อไว้ หากรถของเราเกิดติดล่ม(หิมะ) จะได้มีอุปกรณ์ตักโกยหิมะออกจากล้อหรือช่วยให้เราแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าค่ะ หากแก้ไม่ได้จริงๆ เราอาจจะต้องนั่งรอในรถหลายชั่วโมง กว่าจะมีหน่วยกู้ภัยมาช่วยเหลือ
  5. ไฟฉายและถ่านไฟฉ่าย เผื่อไว้หากเกิดเหตุการณ์สุดวิสัยในตอนกลางคืน 
  6. น้ำดื่มและขนมขบเคี้ยวต่างๆ เผื่อไว้เวลาหิว หรือหากเกิดเหตุสุดวิสัย ต้องติดอยู่ในรถเป็นเวลานานๆ 
  7. กล่องปฐมพยาบาลเบื้องต้น และมีดพับแบบพกพา
  8. เชือกหรือโซ่ เผื่อไว้! หากมีคนใจดี จอดรถช่วยเหลือหรือช่วยลากรถออกจากกองหิมะ
  9. เกลือละลายหิมะ (Road Salt) 
  10. สายชาร์จแบตเตอรี่รถ (Jumper Cables) อันนี้จำเป็นมากๆ เมื่อเราต้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าของรถคันข้างๆ หากรถเราสตาร์ทไม่ติด
  11. ธงขอความช่วยเหลือ (Help signs or Emergency distress flag)

ไม้ปัดหิมะ (ice scraper and brush) จำเป็นที่สุด! 

สิ่งควรทำก่อนพายุหิมะมา
  1. เช็คพยากรณ์อากาศเสมอ 
  2. เตรียมอาหาร เครื่องดื่มไว้ให้พร้อม โดยเฉพาะ ไข่ นม และเนย ก่อนพายุเข้าทีไร ผู้คนก็จะแห่กันไปซื้อของมากักตุนกัน เพราะเมื่อพายุหิมะเข้าแล้ว เดินทางไปใหนมาใหนลำบากมาก (ประหนึ่งน้ำท่วมค่ะ) เมื่อมาถึงห้าง สินค้าที่เราต้องการอาจหมดเกลี้ยง เหลือแต่ชั้นวางของโล่งๆ นะจ๊ะ อาจต้องรอเป็นอาทิตย์ๆ กว่ารถส่งสินค้าจะฝ่าทะเลหิมะมาส่งของได้ 
  3. ย้ายสัตว์เลี้ยง ผักต่างๆ ดอกไม้ประดับ เข้ามาใว้ในบ้าน 
  4. ตรวจเช็คสภาพรถให้พร้อม เช่น เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนล้อ เช็คระบบไฟ เป็นต้น 
การเตรียมตัวรับมือกับ “พายุหิมะ” นั้น เป็นเรื่องที่สำคัญ! เป็นการป้องกันอุบัติเหตุ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นเราควรวางแผนและเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ เพื่อรับมือกับเหตุสุดวิสัยต่างๆ และแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงทีกันดีกว่านะคะ 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บิสมาร์ค (Bismarck) เมืองเล็กไม่ดัง.. แต่เที่ยวแล้วสบายใจ

บิสมาร์ค (Bismarck) เป็นเมืองเล็กๆ น่ารักตั้งอยู่ตรงกลางภาคเหนือ ของอเมริกา อยู่ริมแม่น้ำมิสซูรี่ (Missouri River) หน้าหนาว อากาศหนาวหิมะแทบท่วมหัว แต่พอเข้าหน้าร้อน บอกเลยว่าสวยมาก สวยจนลืมความหนาวที่เคยหนาวไปเลยค่ะ เมืองนี้ไม่วุ่นวาย ผู้คนใจดี มีแต่ความสโลว์ไลฟ์แบบอบอุ่นๆ เหมือนทุกคนในเมืองรู้จักกันหมดเลย แต่ก็ยังมีห้าง ร้านกาแฟ โรงพยาบาลดีๆ และพื้นที่ธรรมชาติเพียบ! บิสมาร์ค (Bismarck)  อาจไม่ใช่เมืองที่ติดลิสต์ท่องเที่ยวยอดนิยมของอเมริกา  ไม่มีตึกสูง ไม่มีแสงสี ไม่มีแลนด์มาร์กอลังการ  แต่สิ่งที่เมืองนี้มี คือ  พื้นที่หายใจ ความสงบ และกิจกรรมเรียบง่ายที่ทำแล้วรู้สึกดี!  ยิ่งถ้าใครชอบธรรมชาติ ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง หรือเที่ยวกับครอบครัวจะยิ่งหลงรักเมืองนี้ง่ายๆ เอาได้ค่ะ  จะว่าเงียบก็เงียบดี จะว่าเหงาก็มีบ้าง แต่เป็นเมืองที่อยู่แล้วรู้สึกปลอดภัย เรียบง่าย และเหมือนชีวิตได้พักหายใจยาวๆ ⭐ เมืองบิสมาร์ค (Bismarck) เป็นยังไง? เป็นเมืองหลวงของรัฐนอร์ท ดาโกต้า (North Dakota) เมืองสงบ ผู้คนเป็นมิตร ชีวิตสโลว์ไลฟ์ แต่มีครบทุกอย่างที่ต้องการ อากาศ หนาวจัดมาก ฤดูหน...

นิทานสองภาษาเรื่อง “เจ้าป่าจอมตะกละและกระต่ายป่าผู้ชาญฉลาด (The lion and the hare)

Once upon a time, there was a dense forest, where had lots of animals and birds living it. วันซ์ อัพพอน อะ ไทม์, แธร์ วอส อะ เดนส์ ฟอร์เรส, แวร์ แฮด ลอท ออฟ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟวิ่ง อิท. กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว, มีป่าหนาทึบอยู่แห่งหนึ่ง, ที่ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ป่าและนกต่างๆ นานาชนิด อาศัยอยู่ในนั้น. All the animals and birds lived in perfect harmony. No bigger animal or bird ever killed a smaller one for food. ออล เดอะ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟต์-ดึด อิน เพอเฟคท์ ฮาร์มโมนี่. โน บิ๊กเกอร์ แอนนิมอล ออร์ เบิร์ด เอฟเวอร์ คิว-ดึด อะ สมอลเลอร์ วัน ฟอร์ ฟู๊ด. เหล่าสัตว์ป่าและนกนานาชนิด ต่างอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างผาสุข. ไม่มีสัตว์ใหญ่นักล่าไล่ฆ่าสัตว์ตัวเล็กๆ เป็นอาหารเลย หรือแม้กระทั่งพวกนกนักฆ่าเอง ก็ไม่ล่าอาหารเช่นกัน. However, there was one exception, and that was the king of the jungle- an evil lion. The lion hunted around the forest at all times and killed animals for food. ฮาวเอฟเวอร์, แธร์ วอส วัน เอ็กเซ็บชั่น, แอนด์ แธท วอส เดอะ คิง ออฟ เดอะ จังเกิ้ล- อัน อีวิ้ว ไลออน. เดอะ ไลออน ฮัน...

ต่อมความเปรี้ยวทำงาน! ผลไม้จิ้มเกลือของคนไทยไกลบ้าน!

🍋  ผลไม้จิ้มเกลือเมืองนอก..  เมื่อคนอิสานตาดำๆ อย่างเรา ต้องเอาตัวรอดจากความอยาก “ของเปรี้ยวๆ” ในอเมริกา  🇺🇸🌶️ ถ้าคุณเป็นคนเอเชีย โดยเฉพาะคนไทย—อีสานอย่างข้อย! บอกเลยว่า “ต่อมความเปรี้ยว” ในร่างกาย ต้องถูกฝึกใช้งานมาตั้งแต่ยังบ่ฮู้ความแน่นอน โตมากับมะม่วงดิบ มะยม ฝรั่งจิ้มพริกเกลือ เปรี้ยวจนตาเหลือก แต่ใจกะยังยิ้มได้อยู่เด้อจร้า 😆 เราโตมากับ.. ✅ มะม่วงดิบจิ้มพริกเกลือ ✅ มะยมหน้าบ้าน ✅ ฝรั่งรถเข็น ✅ น้ำปลาหวานถุงเล็กๆ ✅ กินไป น้ำลายแตกไป แต่มีความสุขมาก 😭 พอวันหนึ่งต้องย้ายมาอยู่ “ อเมริกา”  ทุกอย่างดูดีหมด ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ ผลไม้ลูกโต สีสวย ดูแพง แต่พอกัดเข้าไปคำแรกเท่านั้นแหละ… “หวาน” “หวานอีกแล้ว” “หวานนนนน.. หวาน!” มะม่วงมีนะ …แต่เป็นมะม่วงสุก❌ ฝรั่งก็มี …แต่หวานกรอบแบบไม่ต้องจิ้มอะไร❌ มะยม?… ขอโทษค่ะ ไม่รู้จัก 😅 ชีวิตคนอิสานตาดำๆ อย่างข้อยจึงเริ่มภารกิจใหม่  ตามหาผลไม้เปรี้ยว ตัดต่อมเปรี้ยวปาก! 🌶️  ผลไม้เมืองนอก 20 อย่าง ตัวแทนผลไม้เปรี้ยว จิ้มพริกเกลือแบบคนอิสานไกลบ้าน บางอย่างเปรี้ยวจริง   บางอย่างเปรี้ยวปลอม แค่หาได้ในอเมริกา … ถือว่า...

เตรียมตัวบิสมาร์ค (Bismarck) 🆚 วีซ่า J1 (Work & Travel) รอดชัวร์! ✈️

น้องๆ ฟังพี่ก่อนนะ… พี่ไม่ได้จะขู่! แต่จะบอกให้เตรียมตัวแบบคนเคยรอดมาแล้วค่ะ 😂 บิสมาร์คไม่ได้น่ากลัว ไม่ได้สวยกิ๊งเหมือนเมืองใหญ่ๆ แต่เป็นเมืองที่ .. “ถ้ารู้จักมันดีๆ จะรักแบบไม่รู้ตัว  เพราะอะไรนะ?” …ก็เพราะมันทั้งหนาว ทั้งเงียบ ทั้งลมแรง แต่คนใจดีสุดๆ! พี่พูดเลยว่า ตอนพี่มาแรกๆ คือยืนงงในดงหิมะ ลมตีหน้า แถมรถไม่มี อาศัยเพื่อนลากไปทำงานทุกวัน 😅 แต่พออยู่เป็น! รู้ทาง! รู้เวลา! รู้วิธีแต่งตัวเอาชีวิตรอด! …ชีวิตคือดีขึ้นแบบทันตาเห็น! โพสต์นี้พี่เลยรวมทุกอย่างที่อยากให้ “น้องรู้ก่อนจะบินมา”  เพื่อไม่ต้องมายืนคิดในใจว่า… “เอ๊ะ นี่เรามาฝึกงาน หรือมาฝึกความแกร่งของชีวิตคะพี่?” 🤣 ✅ 📌 เหมาะกับ J1 / Work / Seasonal /ผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ 1. เตรียมใจเรื่องอากาศก่อนอย่างแรก  🌨️ บิสมาร์ค (Bismarck) หนาวจริง หนาวจัดแบบติดลบสองหลัก หิมะยาวหลายเดือน ลมแรงมาก เดินแล้วน้ำตาไหลเป็นเรื่องปกติ 👉 มาถึงให้รีบซื้อเสื้อหนาวดีๆ ที่ร้านในพื้นที่ เช่น Scheels, Kohl’s จะอุ่นกว่าเสื้อจากไทย (ร้านของใช้มือสองของดีๆ ก็มีนะค่ะ) 📍 น้องๆ ฟังพี่ก่อน… บิสมาร์ค ไม่ได้มีแต่โลกน้ำแข็งนะ! 😂  ?...

นิทานเรื่อง “เจ้าหญิงบนยอดเขาแก้ว” (The Princess On The Glass hill)

Long, long time ago, there lived a farmer who had three sons and forty acres of fields. But every year on mid-summers, every last plant on his land was eaten. The farmer sent his three sons out to guard the field the next year. ลอง, ลอง ไทม์ อะโก, แธร์ ลิฟ-ดึด อะ ฟาร์มเมอ ฮู แฮด ตรี ซัน แอนด์ ฟอร์ตี้ เอเคอร์ ออฟ ฟิล์ด. บัท เอเวอรี่ เยียร์ ออน มิด-ซัมเมอร์, เอเวอรี่ ลาสท์ แพลนท์ ออน ฮีส แลนด์ วอส อีท-ทีน. เดอะ ฟาร์มเมอ เซนท์ ฮีส ตรี ซัน เอาซ์ ทู การ์ด เดอะ ฟิล์ด เดอะ เน็ทซ์ เยียร์. กาลครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว, ชาวนาคนหนึ่ง เค้ามีลูกชายอยู่ด้วยกันสามคน และชาวนามีที่ทำกินสี่สิบเอเคอร์ (ประมาณร้อยกว่าไร่). แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางฤดูร้อนของทุกๆ ปี, ผลผลิตในไร่ของเค้าก็มักจะถูกทำลายเสียหายเรื่อยมา. ดังนั้น ชาวนาจึงได้ส่งลูกชายทั้งสามคนของเค้า ให้ออกไปเฝ้าดูแลผลผลิตในไร่. The oldest son, Barty, was very tall and very thin.  The middle son, Otis, was very fat and lazy.  That night he heard a scream and ran from the field. เดอะ โอลด์เดสท์ ซัน, บาร์ตี๊, วอส เวรี่ ทอล แอนด์ เวรี่ ธิน....