ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บิสมาร์ก (Bismarck) ฝนมา ลูกเห็บตาม?

ไม่ได้เขียนเมาท์มอยกันนานเลยนะจ๊ะ วันนี้โอกาสดีท้องฟ้าแจ่มใสในช่วงเช้า ผ่านมาชักสายๆ หน่อย เมฆบังดวงอาทิตย์ครึ้มฟ้าครึ้มฝน ลมพัดแรง ต้นไม้ใหญ่โยกย้ายๆ ฟัดกันไปมา ยิ่งกว่าเข้าพับบาร์เต้นดิสโก้ เมืองบิสมาร์ก (Bismarck) ขึ้นชื่อเรื่องความหน๊าวหนาาาว ลมพัดแร๊งๆ แทบพัดคนปลิวได้ ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดามั๊กๆ ของเมืองนี้ค่ะ ทำใจนะค่ะ อยู่ๆ ไปก็ชิน เพราะเมืองนี้มีมนต์เสน่ห์ของฤดูกาลที่หลากหลาย ชวนให้หลงใหลยิ่งนัก แต่!!! เรื่องที่ทำให้ตกใจ ทำลายข้าวของและทรัพย์สินพังเสียหายที่มาพร้อมหน้าร้อนอีกอย่างนึงก็คือ ลูกเห็บ!! ที่ชอบมาพร้อมฝน


ลูกเห็บ หยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมาเป็นก้อนๆ ^^

ตามความเชื่อของผู้เฒ่าผู้แก่โดยเฉพาะคุณยายของฉัน เชื่อว่า ลูกเห็บตก เห็ดป่าจะออกเยอะออกชุม โดยเฉพาะเห็ดเผาะ! ฝนฟ้าจะดี ไร่นาจะงามนักงามหนา มองบนแปร๊บบบได้นะค่ะ เกี่ยวอะไรกันก็ไม่รู้..^^  มันเป็นความเชื่อส่วนบุคคลของคุณยายของฉันเด้ออ ไม่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ใดใดทั้งสิ้น อิอิ


เห็ดเผาะและลูกเห็บ จากความเชื่อของคุณยายล้วนๆ 555

เมืองบิสมาร์ก (Bismarck) มีทั้งหมด 4 ฤดู คือ ถดูใบไม้ผลิ (Spring) ฤดูร้อน (Summer) ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) และฤดูหนาว (Winter) สำหรับเราแล้ว เมืองนี้มีสภาพอากาศที่แตกต่างกันอยู่ 2 ช่วงนะ คือ 

- ช่วงหน้าร้อน อากาศจะอุ่น มีฝนตกป้าง (30-35 องศาเซลเซียส) ไม่ร้อนระอุเหมือนมีพระอาทิตย์สองด้วยเหมือนบ้านเรา 

- ช่วงหน้าหนาว อากาศเย็น ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง (-15 ถึง -27 องศาเซลเซียส) หิมะตก ลมแรง และมีเมฆ

เมื่อย่างเข้าถดูใบไม้ผลิ (Spring) ฝนก็จะเริ่มตกลงมา เป็นฝนแรกที่ช่วยชะล้างทำความสะอาด ล้างเมืองเลยก็ว่าได้จ๊ะ หากวันที่ฝนตกอากาศหนาวถึงจุดเยือกแข็ง ก็จะมีหิมะน้อยๆ ขาวโพลน ลอยละลองทั่วท้องฟ้า เมื่อโดนแสงแดดอุ่นๆ หิมะน้อยๆ นี้ก็จะละลาย เป็นน้ำ ช่วยรดน้ำต้นไม้ใบหญ้าต่างๆ ให้กลับมาเขียวชะอุ่ม และเมื่อเริ่มเข้าหน้าร้อนจริงจัง ทุกๆครั้ง ที่ฝนตก ต้องลุ้นลูกเห็บกันเหมือนเชียร์มวยเลยก็ว่าได้ 

ฝนตกทำไมลุ้นลูกเห็บ ลูกเห็บ (Hail) คือ ก้อนน้ำแข็งที่เกิดจากกระแสอากาศแรงในเมฆคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus Clouds) จะพัดพาหยดน้ำฝนขึ้นไปแข็งตัวในระดับสูงขึ้นไปอีก เกิดเป็นก้อนน้ำแข็ง ซึ่งก่อนน้ำแข็งนี้จะถูกพอกตัวใหญ่ขึ้นและจะตกลงมาเป็นลูกเห็บ บางทีอาจมีขนาดใหญ่เท่าลูกเทนนิส ซึ่งส่วนมากจะพบลูกเห็บมากในวันฝนฟ้าคะนอง โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน 

ลูกเห็บ ตกมาพร้อมกันหลากหลายขนาด 

ใช่แล้วค่ะ! ลูกเห็บที่ตกลงมาในเมืองนี้ ส่วนมากไม่ได้มีขนาดน่ารักตะมุตะมิ เหมือนเกล็ดน้ำแข็งไสนะจ๊ะขอบอก! ขนาดของมัน คือ ลูกกอล์ฟ เหรียญสิบบาท ห้าบาท เหรียญบาท โชคดีหน่อยก็เหรียญสตางค์หรือเล็กกว่านั้น ขอย้ำ หากโชคดี! 


ขนาดใหญ่สุดที่เจอในปีนี้ 


ลูกเห็บทานได้ไหม? ทานได้ค่ะ! (น้ำแข็งดีๆนี้เอง ตอนเป็นเด็กเก็บมาทานบ่อยๆ) แต่ต้องพิจารณาให้มากๆ ก่อนนะคะ ถึงแม้จะดูขาวสะอาด บริสุทธิ์ มันก็ไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัย 100% เช่นเดียวกันกับน้ำฝนค่ะ มักเจือปนด้วยสภาวะอากาศ ฝุ่นละออง และแบททีเรียมากมายที่มองไม่เห็น


 

ลูกอม รสลูกเห็บ เย็นๆ จร้าา



ลูกเห็บอาจจะไม่มีอันตรายโดยตรง แต่จะมีอันตรายถ้าหากตกลงไม่ถูกที่ เราอาจได้รับอันตรายได้

 

ลูกเห็บมาแล้วนะ! เราจะรู้ได้อย่างไร พยากรณ์อากาศจ๊ะ สิ่งที่เราต้องเช็คทุกวัน หรือบางครั้ง หากมีพายุฝน พายุหิมะ พายุลูกเห็บฯลฯ โทรศัพท์ที่ติดแอปฯ พยากรณ์อากาศ ก็จะแจ้งเตือน ติ๊ดๆๆๆ ขึ้นโชว์หราาาหน้าจอเลยจร้าาา 



สีเขียว เหลือง แดง เตือนพายุฝน แดงคือตกหนักมาก

สีชมพู เตือนพายุลูกเห็บ


ลูกเห็บจะเกิดขึ้นพร้อมๆ กับอากาศที่ปั่นป่วนรุนแรง พายุลูกเห็บ อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินได้ ดังนั้นขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง ก็ควรหลบอยู่ในร่ม ไม่ควรอยู่ในที่โล่งแจ้งหรือใต้ต้นไม้ ควรดูแลรักษาบ้านเรือนและของใช้ต่างๆ ให้แข็งแรงปลอดภัยอยู่เสมอนะจ๊ะ โดยเฉพาะหลังคาบ้าน! หากเป็นคนคิดบวก โลกสวย พายุลูกเห็บก็อาจเป็นช่วงเวลาที่ดี ที่จะได้เปลี่ยนกระจกบ้าน กระจกรถ หรือแม้กระทั่งหลังคาบ้าน โดยมีประกันช่วยจ่าย (หากมีประกันบ้านที่ดีพอ) ประหยัดทรัพย์ในกระเป๋าไปอีก ดี๊ดี! แต่หากไม่มีประกันอะไรเลย ก็ร้องไห้ยาวๆ ตาบวม ตาซ้ำ ไม่ฟรุ้งฟริ้ง ทรัพย์จาง กรอบกันไปเลยจร้าาา 



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

50 สิ่งต้องทิ้ง! จี้ใจดำมาก!!

บทความนี้ ได้แรงบันดาลใจจาก “ คุณชิโฮมิ ชิโมมุระ ” ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดระเบียบชีวิตจากญี่ปุ่น ท่านได้แนะนำให้จัดบ้าน ด้วยการ “ ทิ้งสิ่งของที่ไม่จำเป็น ” เพื่อบ้านที่เป็นระเบียบและชีวิตที่เบาสบายยิ่งขึ้น โดยแบ่งเป็น 5 หมวดง่ายๆ ดังนี้ค่ะ สำหรับใครที่อยากจัดบ้าน อยากเคลียร์ของ เพื่อเริ่มต้นอะไรๆ ใหม่ๆ มาเช็คกันเลยค่ะ ว่ามีอะไรที่ควรโละออกไปบ้าง!!   หมวดที่ 1: ของพัง ของที่ใช้งานไม่ได้แล้ว  1. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่พังแล้วและไม่คิดจะซ่อม  2. เฟอร์นิเจอร์ที่ขวางประตูหรือทางเดิน  3. ปากกาที่เขียนไม่ติด  4. ต่างหูที่เหลือแค่ข้างเดียว  5. ถุงเท้าเปื่อยที่ใส่อีกครั้งก็ขาดแน่  6. รองเท้าที่ใส่แล้วเจ็บเท้าตลอด  7. ไม้หนีบผ้าที่แห้งกรอบจนแตกหักง่าย  8. เสื้อผ้าที่คิดว่าจะเก็บไว้ใส่ “ตอนผอม”  9. ถ้วยจานที่ชำรุดหรือบิ่น  10. ต้นไม้ดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาแล้ว หมวดที่ 2: ของที่ไม่เคยใช้เลย  11. เสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่มานานกว่า 1 ปี  12. กระเป๋าที่หนักจนไม่คิดจะใช้  13. หม้อที่หนักจนไม่อยากหยิบ  14. เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารสำหรับแขก (ที่บ้าน...

นิทานสองภาษาเรื่อง “เจ้าป่าจอมตะกละและกระต่ายป่าผู้ชาญฉลาด (The lion and the hare)

Once upon a time, there was a dense forest, where had lots of animals and birds living it. วันซ์ อัพพอน อะ ไทม์, แธร์ วอส อะ เดนส์ ฟอร์เรส, แวร์ แฮด ลอท ออฟ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟวิ่ง อิท. กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว, มีป่าหนาทึบอยู่แห่งหนึ่ง, ที่ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ป่าและนกต่างๆ นานาชนิด อาศัยอยู่ในนั้น. All the animals and birds lived in perfect harmony. No bigger animal or bird ever killed a smaller one for food. ออล เดอะ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟต์-ดึด อิน เพอเฟคท์ ฮาร์มโมนี่. โน บิ๊กเกอร์ แอนนิมอล ออร์ เบิร์ด เอฟเวอร์ คิว-ดึด อะ สมอลเลอร์ วัน ฟอร์ ฟู๊ด. เหล่าสัตว์ป่าและนกนานาชนิด ต่างอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างผาสุข. ไม่มีสัตว์ใหญ่นักล่าไล่ฆ่าสัตว์ตัวเล็กๆ เป็นอาหารเลย หรือแม้กระทั่งพวกนกนักฆ่าเอง ก็ไม่ล่าอาหารเช่นกัน. However, there was one exception, and that was the king of the jungle- an evil lion. The lion hunted around the forest at all times and killed animals for food. ฮาวเอฟเวอร์, แธร์ วอส วัน เอ็กเซ็บชั่น, แอนด์ แธท วอส เดอะ คิง ออฟ เดอะ จังเกิ้ล- อัน อีวิ้ว ไลออน. เดอะ ไลออน ฮัน...

นิทานเรื่อง เพื่อนรักต่างพันธุ์ (A Special Friendship)

In a village, there was a boy named “Bob” who lived with his mother in a small house. Every day after class, Bob went into the forest to pick up woods with his mother. อิน อะ วิลเลจ, แธร์ วอส อะ บอย เนม-มึด “ป๊อบ” ฮู ลิฟ-ดึด วิธ ฮีส ม๊าเตอร์ อิน อะ สมอลล์ เฮาส์. เอฟเวอรี่ เดย์ อาฟเตอร์ คลาส, ป๊อบ เว็นท์ อินทู เดอะ ฟอเรสท์ ทู พิค อัฟ วูดส์ วิธ ฮิส ม๊าเตอร์. ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง, มีเด็กชายคนหนึ่ง เค้ามีชื่อว่า “ป๊อบ” เขาได้อาศัยอยู่กับมารดาในบ้านหลังน้อยๆ หลังหนึ่ง. ในทุกๆ วัน หลังจากเลิกเรียนแล้ว, ป๊อบมักจะเข้าไปในป่า เพื่อหาฟืนกับแม่ของเค้า. One day, on the way to the forest, Bob found a homeless puppy by the road. He looked so sad and miserable. Seeing how hungry the puppy was, Bob decided to bring him home to take care of him. วัน เดย์, ออน เดอะ เวย์ ทู เดอะ ฟอเรสท์, ป๊อบ ฟาวด์ อะ โฮมเลส พัพพี่ บาย เดอะ โรด. ฮี ลุ๊ค โซ แซด แอนด์ มิสราเบิ้ล. ซียิ้ง ฮาว ฮังกรี เดอะ พัพพี่ วอส, ป๊อบ ดีซาย-ดึด ทู บริง ฮิม โฮม ทู เทค แคร์ ออฟ ฮิม. อยู่มาวันนึง, ในระหว่างทางเดินเข้าไปในป่านั้น, ป๊อบได้เจอกั...

ฟรีวีซ่า “พาสปอร์ตไทย ปี 68” 🇹🇭🇹🇭🇹🇭

พาสปอร์ต 10 ปี 1,500 บาท พาสปอร์ต 5 ปี 1,000 บาท อัพเดรตใหม่ล่าสุด 36 ประเทศ และดินแดนที่คนไทยไปเที่ยวได้ โดย “ไม่ต้องขอวีซ่า ปี 2568” แค่ถือพาสปอร์ตไทย ก็เข้าประเทศไปเที่ยวได้เลยเด้อออ ✈️✈️✈️ 🌍   ทวีปเอเชีย:  🌍 🇯🇵 ญี่ปุ่น* (15 วัน) 🇨🇳 จีน (30 วัน) *เริ่ม 1 มีนาคม 2567 🇨🇳 มณฑลไห่หนาน* (30 วัน) (เกาะทางใต้ของจีน) 🇹🇼 ไต้หวัน* (14 วัน) *ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2566 – 31 กรกฎาคม 2568 🇲🇻 มัลดีฟส์* (30 วัน) 🇱🇦 ลาว (30วัน)  🇸🇬 สิงคโปร์* (30 วัน) 🇭🇰 ฮ่องกง (30 วัน) 🇻🇳 เวียดนาม (30 วัน) 🇲🇾 มาเลเซีย* (30 วัน) 🇮🇩 อินโดนีเซีย* (30 วัน) 🇵🇭 ฟิลิปปินส์* (30 วัน) 🇲🇲 เมียนมา (14 วัน) *International Airport Only  🇰🇭 กัมพูชา (14 วัน) 🇲🇴 มาเก๊า (เขตบริหารพิเศษของสาธารณรัฐประชาชน จีน) (30 วัน) 🇧🇳 บรูไน* (14 วัน) 🇶🇦 กาตาร์* (30 วัน) 🇧🇭 บาห์เรน (14 วัน) 🇲🇳 มองโกเลีย (30 วัน) 🇬🇪 จอร์เจีย* (365 วัน) 🇰🇬 คีร์กีซ* (60 วัน) *ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2564 – 31 กรกฎาคม 2568  🇮🇳 อินเดีย (30วัน **ให้เช็คกับสถานฑูตอีกครั้งจ้า**)  🇹🇯 ทาจิกิสถาน* (30 วัน) 🇰...

นิทานเรื่อง “เจ้าหญิงบนยอดเขาแก้ว” (The Princess On The Glass hill)

Long, long time ago, there lived a farmer who had three sons and forty acres of fields. But every year on mid-summers, every last plant on his land was eaten. The farmer sent his three sons out to guard the field the next year. ลอง, ลอง ไทม์ อะโก, แธร์ ลิฟ-ดึด อะ ฟาร์มเมอ ฮู แฮด ตรี ซัน แอนด์ ฟอร์ตี้ เอเคอร์ ออฟ ฟิล์ด. บัท เอเวอรี่ เยียร์ ออน มิด-ซัมเมอร์, เอเวอรี่ ลาสท์ แพลนท์ ออน ฮีส แลนด์ วอส อีท-ทีน. เดอะ ฟาร์มเมอ เซนท์ ฮีส ตรี ซัน เอาซ์ ทู การ์ด เดอะ ฟิล์ด เดอะ เน็ทซ์ เยียร์. กาลครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว, ชาวนาคนหนึ่ง เค้ามีลูกชายอยู่ด้วยกันสามคน และชาวนามีที่ทำกินสี่สิบเอเคอร์ (ประมาณร้อยกว่าไร่). แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางฤดูร้อนของทุกๆ ปี, ผลผลิตในไร่ของเค้าก็มักจะถูกทำลายเสียหายเรื่อยมา. ดังนั้น ชาวนาจึงได้ส่งลูกชายทั้งสามคนของเค้า ให้ออกไปเฝ้าดูแลผลผลิตในไร่. The oldest son, Barty, was very tall and very thin.  The middle son, Otis, was very fat and lazy.  That night he heard a scream and ran from the field. เดอะ โอลด์เดสท์ ซัน, บาร์ตี๊, วอส เวรี่ ทอล แอนด์ เวรี่ ธิน....