ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เปิดท้ายขายของ Rummage sale/Garage sale

รัมเม็กเซลล์ (Rummage sale) การ์ราจเซลล์ (Garage sale) ยาร์ดเซลล์ (Yard sale) อันเดียวกันทั้งหมดนะค่ะ ไม่ต้องงง ^^  คือการเปิดโรงเก็บรถและลานหน้าบ้าน ขายของมือสอง ราคาย่อมเยาว์ สภาพใช้งานได้จริงจัง ขายกันที่หน้าบ้าน ไม่ได้ไปขายในตลาด จะมีช่วงเวลาตามที่เจ้าของแต่ละบ้านสะดวก ส่วนมากนิยมเปิดขายวัน ศุกร์ - วันอาทิตย์ เวลา 8.00-18.00 น. วันพฤหัสบดีจะมีเป็นบางครั้ง รัมเม็กเซลล์ จะมีทุกปีช่วงหน้าร้อนจนใกล้จะถึงช่วงหน้าหนาว การเปิดบ้านขายของเปรียบได้กับ “ตลาดเปิดท้ายขายของ” บ้านเรา 


“ไม่ซื้อไม่เป็นไร เดินเอาบรรยากาศ ทักทายผู้คน ไปเอาประสบการณ์ ได้ของติดมือราคาถูก มีทุกปี ช่วงหน้าร้อน”

บ้านเปิดท้ายขายของมือสอง “รัมเม็กเซลล์”

ประเภทรัมเม็กเซลล์ (Rummage sale)

1. บ้านทั่วไป มีป้ายราคาสินค้าทุกชิ้น เริ่มต้นที่ ฟรี และ 10¢ ขึ้นไป ราคาสามารถต่อรองได้ 

2. โบสถ์ เป็นการหารายได้เข้าโบสถ์ เป็นของที่ได้รับบริจาคมา เราสามารถเลือกหยิบของได้ตามที่เราต้องการ ไม่จำกัดจำนวน และบริจาคเงินตามศรัทธา เท่าไหร่ก็ได้ ไม่มีราคาสินค้าที่ขาย ตายตัว

ปล. ไม่ใช่ทุกบ้านจะขายของถูกเสมอไป บางบ้านราคาอาจจะสูงหน่อย หากเปรียบเทียบกับบ้านอื่นๆ อันนี้ก็แล้วแต่ความพอใจของเรานะว่าจะซื้อหรือเปล่า

ของใช้เด็ก รองเท้า ผ้ากันเปื้อน หมอน เสื้อผ้า มีให้เลือกมากมาย 


หนังสือนิทานสำหรับเด็กและหนังสือวรรณกรรมต่างๆ ชาวอเมริกันชอบอ่านหนังสือมาก


ของใช้เด็กอ่อน เสื้อผ้า เปล อ่างอาบน้ำ และอื่นๆ 


มีของให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นของตกแต่งบ้าน ของใช้เด็ก  จักรยาน เสื้อผ้า สินค้าเบ็ดตเล็ด และอีกสารพัด 

ของเล่นเด็ก รถเข็นเด็ก เก้าอี้ จักรยาน และอื่นๆ


ส่วนมากเป็นของใช้เด็ก ของเล่นเด็ก ของตกแต่งบ้านตามเทศกาลต่างๆ เช่นคริสต์มาส วันขอบคุณพระเจ้า ฮาโลวีน เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายผู้หญิง ผู้ชายอย่าอิจฉาน่ะ! อุปกรณ์กีฬา เช่น ตกปลา ฯลฯ อุปกรณ์ช่าง เครื่องมือทำสวน ทำความสะอาดบ้าน เช่น รถตัดหญ้า เครื่องดูดฝุ่น ฯลฯ


เสื้อผ้าเด็ก ผู้ใหญ่ ถูกจัดเรียงไว้ ตามความเหมาะสม 10 เซนต์ ถึง 5 ดอลลาร์ (ราวๆ 3 -150 บาท )

ของใช้เบ็ดเตร็ดทั่วไป 

ของใช้ในครัวเรือน รูปตกแต่งบ้าน

ตุ๊กตาสำหรับวันฮาโลวีน ก็มีนะจ๊ะ  25 เซนต์ ถึง 5 ดอลลาร์  (9-150 บาท)


ของที่วางขาย จะถูกวางจัดเรียงเป็นโซน สวยงามตามเหมาะสม เสื้อผ้า จะแขวนไว้บนราว เลือกชมได้ตามสะดวก บางครั้งก็จะพับวางไว้บนโต๊ะ อันนี้ต้องคุ้ยกันดีๆ ตาดีได้ตาร้ายเสีย

ของใช้เบ็ตเตร็ดทั่วไป 10 เซนต์ขึ้นไป (3 บาทกว่าๆ จร้าาา)

รองเท้าแฟชั่นต่างๆ 10 เซนต์ ถึง 10 ดอลล่าร์

กางเกงยีนส์แบรนด์เนมทั้งนั้น! เริ่มที่ 1-5 ดอลลาร์ (30-150 บาท)

เสื้อผ้าสตรี (แบนด์เนม) ราคาเริ่มที่ 25 เซนต์  ถึง 10 ดอลล่าร์ 


ความพิเศษของการเปิดบ้านขายของมือสอง 

1. รู้แหล่งที่มา ของที่ขายทั้งหมด เป็นของที่เจ้าของบ้านไม่ใช้แล้ว หรือแค่เปลี่ยนชิ้นใหม่ ของที่ขายจึงสภาพดีอยู่ บางครั้งยังไม่ได้แกะกล่องด้วยซ้ำค่ะ 

2. มั่นใจได้มากกว่า 90% ว่าของที่ขายนั้นไม่ใช่ของปลอม เพราะในอเมริกา ของปลอมหายากค่ะ

3. ราคาถูกโคตรๆ ถูกกว่าในร้านมือสองทั่วไป เพราะเจ้าของขายเอง

ทุกๆ วันสำคัญ ชาวอเมริกันชอบให้ของขวัญ และส่วนมากของขวัญที่ได้รับ จะเป็นสิ่งที่ผู้รับอยากได้เท่านั้น ไม่เหมือนที่บ้านเรา คือเพื่อนต้องเดาเอาเองว่าเราอยากได้อะไร เดาถูกก็เซอร์ไพรส์!!



เตาอบ ราคา 20 ดอลล่าร์  ราวๆ 600 บาท หากยังไม่ถูกใจ ก็หาต่อไปเรื่อยๆ อาจจะได้สภาพที่ดีกว่านี้ ถูกกว่านี้ก็ได้ 

 ไม้กอล์ฟ และอื่นๆ 

ของตกแต่งสำหรับสาวกตกปลา 

จักยานเด็ก เครื่องดูดฝุ่น ถังน้ำแข็ง เต็นท์ และอื่นๆ

ชุดโต๊ะ เก้าอี้ 20 ดอลล่าร์ (ราวๆ 600 บาท)

ข้อดี 

- ถูก แบนด์เนม อเมริกาหาของปลอมยากเวอร์ แทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ 
- ไม่มีแท็กภาษีเพิ่ม
- ต่อรองราคาได้

ข้อเสีย 

- ลองไม่ได้ (เครื่องใช้ไฟฟ้า อาจทดสอบก่อนได้)
- เปลี่ยนคืนไม่ได้ (บางบ้านเปลี่ยนได้) บางบ้านเปิดขายแค่วันเดียว จึงเป็นสาเหตุให้เปลี่ยนไม่ได้ อีกอย่างของถูกขนาดนี้ ส่วนมากไม่รับเปลี่ยนคืนค่ะ 
- ต้องรู้แหล่งซื้อ ว่าบ้านใหนเปิดท้ายขายของป้าง


รู้ได้อย่างไรว่าที่ใหนมี รัมเม็กเซลล์ 

1. ขับรถไปเรื่อยๆ ตามท้องถนน ก็จะเจอป้าย “รัมเม็กเซลล์” ติด ที่อยู่ ซอย ตรอก หรือถนน เราต้องข้บรถวนหา เจอป้างไม่เจอป้าง แล้วแต่ดวงค่ะ 

2. เว็ปเพจและเฟสบุ๊คกรุ๊ปขายของมือสอง (ในแต่ละรัฐจะไม่เหมือนกัน) ในนั้นจะมีพิกัด ที่อยู่ ถนน ตรอก ซอย รวมทั้งเวลา เปิด-ปิด ที่แน่นอน ชัวร์ 100%


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บิสมาร์ค (Bismarck) เมืองเล็กไม่ดัง.. แต่เที่ยวแล้วสบายใจ

บิสมาร์ค (Bismarck) เป็นเมืองเล็กๆ น่ารักตั้งอยู่ตรงกลางภาคเหนือ ของอเมริกา อยู่ริมแม่น้ำมิสซูรี่ (Missouri River) หน้าหนาว อากาศหนาวหิมะแทบท่วมหัว แต่พอเข้าหน้าร้อน บอกเลยว่าสวยมาก สวยจนลืมความหนาวที่เคยหนาวไปเลยค่ะ เมืองนี้ไม่วุ่นวาย ผู้คนใจดี มีแต่ความสโลว์ไลฟ์แบบอบอุ่นๆ เหมือนทุกคนในเมืองรู้จักกันหมดเลย แต่ก็ยังมีห้าง ร้านกาแฟ โรงพยาบาลดีๆ และพื้นที่ธรรมชาติเพียบ! บิสมาร์ค (Bismarck)  อาจไม่ใช่เมืองที่ติดลิสต์ท่องเที่ยวยอดนิยมของอเมริกา  ไม่มีตึกสูง ไม่มีแสงสี ไม่มีแลนด์มาร์กอลังการ  แต่สิ่งที่เมืองนี้มี คือ  พื้นที่หายใจ ความสงบ และกิจกรรมเรียบง่ายที่ทำแล้วรู้สึกดี!  ยิ่งถ้าใครชอบธรรมชาติ ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง หรือเที่ยวกับครอบครัวจะยิ่งหลงรักเมืองนี้ง่ายๆ เอาได้ค่ะ  จะว่าเงียบก็เงียบดี จะว่าเหงาก็มีบ้าง แต่เป็นเมืองที่อยู่แล้วรู้สึกปลอดภัย เรียบง่าย และเหมือนชีวิตได้พักหายใจยาวๆ ⭐ เมืองบิสมาร์ค (Bismarck) เป็นยังไง? เป็นเมืองหลวงของรัฐนอร์ท ดาโกต้า (North Dakota) เมืองสงบ ผู้คนเป็นมิตร ชีวิตสโลว์ไลฟ์ แต่มีครบทุกอย่างที่ต้องการ อากาศ หนาวจัดมาก ฤดูหน...

ต่อมความเปรี้ยวทำงาน! ผลไม้จิ้มเกลือของคนไทยไกลบ้าน!

🍋  ผลไม้จิ้มเกลือเมืองนอก..  เมื่อคนอิสานตาดำๆ อย่างเรา ต้องเอาตัวรอดจากความอยาก “ของเปรี้ยวๆ” ในอเมริกา  🇺🇸🌶️ ถ้าคุณเป็นคนเอเชีย โดยเฉพาะคนไทย—อีสานอย่างข้อย! บอกเลยว่า “ต่อมความเปรี้ยว” ในร่างกาย ต้องถูกฝึกใช้งานมาตั้งแต่ยังบ่ฮู้ความแน่นอน โตมากับมะม่วงดิบ มะยม ฝรั่งจิ้มพริกเกลือ เปรี้ยวจนตาเหลือก แต่ใจกะยังยิ้มได้อยู่เด้อจร้า 😆 เราโตมากับ.. ✅ มะม่วงดิบจิ้มพริกเกลือ ✅ มะยมหน้าบ้าน ✅ ฝรั่งรถเข็น ✅ น้ำปลาหวานถุงเล็กๆ ✅ กินไป น้ำลายแตกไป แต่มีความสุขมาก 😭 พอวันหนึ่งต้องย้ายมาอยู่ “ อเมริกา”  ทุกอย่างดูดีหมด ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ ผลไม้ลูกโต สีสวย ดูแพง แต่พอกัดเข้าไปคำแรกเท่านั้นแหละ… “หวาน” “หวานอีกแล้ว” “หวานนนนน.. หวาน!” มะม่วงมีนะ …แต่เป็นมะม่วงสุก❌ ฝรั่งก็มี …แต่หวานกรอบแบบไม่ต้องจิ้มอะไร❌ มะยม?… ขอโทษค่ะ ไม่รู้จัก 😅 ชีวิตคนอิสานตาดำๆ อย่างข้อยจึงเริ่มภารกิจใหม่  ตามหาผลไม้เปรี้ยว ตัดต่อมเปรี้ยวปาก! 🌶️  ผลไม้เมืองนอก 20 อย่าง ตัวแทนผลไม้เปรี้ยว จิ้มพริกเกลือแบบคนอิสานไกลบ้าน บางอย่างเปรี้ยวจริง   บางอย่างเปรี้ยวปลอม แค่หาได้ในอเมริกา … ถือว่า...

นิทานสองภาษาเรื่อง “เจ้าป่าจอมตะกละและกระต่ายป่าผู้ชาญฉลาด (The lion and the hare)

Once upon a time, there was a dense forest, where had lots of animals and birds living it. วันซ์ อัพพอน อะ ไทม์, แธร์ วอส อะ เดนส์ ฟอร์เรส, แวร์ แฮด ลอท ออฟ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟวิ่ง อิท. กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว, มีป่าหนาทึบอยู่แห่งหนึ่ง, ที่ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ป่าและนกต่างๆ นานาชนิด อาศัยอยู่ในนั้น. All the animals and birds lived in perfect harmony. No bigger animal or bird ever killed a smaller one for food. ออล เดอะ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟต์-ดึด อิน เพอเฟคท์ ฮาร์มโมนี่. โน บิ๊กเกอร์ แอนนิมอล ออร์ เบิร์ด เอฟเวอร์ คิว-ดึด อะ สมอลเลอร์ วัน ฟอร์ ฟู๊ด. เหล่าสัตว์ป่าและนกนานาชนิด ต่างอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างผาสุข. ไม่มีสัตว์ใหญ่นักล่าไล่ฆ่าสัตว์ตัวเล็กๆ เป็นอาหารเลย หรือแม้กระทั่งพวกนกนักฆ่าเอง ก็ไม่ล่าอาหารเช่นกัน. However, there was one exception, and that was the king of the jungle- an evil lion. The lion hunted around the forest at all times and killed animals for food. ฮาวเอฟเวอร์, แธร์ วอส วัน เอ็กเซ็บชั่น, แอนด์ แธท วอส เดอะ คิง ออฟ เดอะ จังเกิ้ล- อัน อีวิ้ว ไลออน. เดอะ ไลออน ฮัน...

เตรียมตัวบิสมาร์ค (Bismarck) 🆚 วีซ่า J1 (Work & Travel) รอดชัวร์! ✈️

น้องๆ ฟังพี่ก่อนนะ… พี่ไม่ได้จะขู่! แต่จะบอกให้เตรียมตัวแบบคนเคยรอดมาแล้วค่ะ 😂 บิสมาร์คไม่ได้น่ากลัว ไม่ได้สวยกิ๊งเหมือนเมืองใหญ่ๆ แต่เป็นเมืองที่ .. “ถ้ารู้จักมันดีๆ จะรักแบบไม่รู้ตัว  เพราะอะไรนะ?” …ก็เพราะมันทั้งหนาว ทั้งเงียบ ทั้งลมแรง แต่คนใจดีสุดๆ! พี่พูดเลยว่า ตอนพี่มาแรกๆ คือยืนงงในดงหิมะ ลมตีหน้า แถมรถไม่มี อาศัยเพื่อนลากไปทำงานทุกวัน 😅 แต่พออยู่เป็น! รู้ทาง! รู้เวลา! รู้วิธีแต่งตัวเอาชีวิตรอด! …ชีวิตคือดีขึ้นแบบทันตาเห็น! โพสต์นี้พี่เลยรวมทุกอย่างที่อยากให้ “น้องรู้ก่อนจะบินมา”  เพื่อไม่ต้องมายืนคิดในใจว่า… “เอ๊ะ นี่เรามาฝึกงาน หรือมาฝึกความแกร่งของชีวิตคะพี่?” 🤣 ✅ 📌 เหมาะกับ J1 / Work / Seasonal /ผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ 1. เตรียมใจเรื่องอากาศก่อนอย่างแรก  🌨️ บิสมาร์ค (Bismarck) หนาวจริง หนาวจัดแบบติดลบสองหลัก หิมะยาวหลายเดือน ลมแรงมาก เดินแล้วน้ำตาไหลเป็นเรื่องปกติ 👉 มาถึงให้รีบซื้อเสื้อหนาวดีๆ ที่ร้านในพื้นที่ เช่น Scheels, Kohl’s จะอุ่นกว่าเสื้อจากไทย (ร้านของใช้มือสองของดีๆ ก็มีนะค่ะ) 📍 น้องๆ ฟังพี่ก่อน… บิสมาร์ค ไม่ได้มีแต่โลกน้ำแข็งนะ! 😂  ?...

นิทานเรื่อง “เจ้าหญิงบนยอดเขาแก้ว” (The Princess On The Glass hill)

Long, long time ago, there lived a farmer who had three sons and forty acres of fields. But every year on mid-summers, every last plant on his land was eaten. The farmer sent his three sons out to guard the field the next year. ลอง, ลอง ไทม์ อะโก, แธร์ ลิฟ-ดึด อะ ฟาร์มเมอ ฮู แฮด ตรี ซัน แอนด์ ฟอร์ตี้ เอเคอร์ ออฟ ฟิล์ด. บัท เอเวอรี่ เยียร์ ออน มิด-ซัมเมอร์, เอเวอรี่ ลาสท์ แพลนท์ ออน ฮีส แลนด์ วอส อีท-ทีน. เดอะ ฟาร์มเมอ เซนท์ ฮีส ตรี ซัน เอาซ์ ทู การ์ด เดอะ ฟิล์ด เดอะ เน็ทซ์ เยียร์. กาลครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว, ชาวนาคนหนึ่ง เค้ามีลูกชายอยู่ด้วยกันสามคน และชาวนามีที่ทำกินสี่สิบเอเคอร์ (ประมาณร้อยกว่าไร่). แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางฤดูร้อนของทุกๆ ปี, ผลผลิตในไร่ของเค้าก็มักจะถูกทำลายเสียหายเรื่อยมา. ดังนั้น ชาวนาจึงได้ส่งลูกชายทั้งสามคนของเค้า ให้ออกไปเฝ้าดูแลผลผลิตในไร่. The oldest son, Barty, was very tall and very thin.  The middle son, Otis, was very fat and lazy.  That night he heard a scream and ran from the field. เดอะ โอลด์เดสท์ ซัน, บาร์ตี๊, วอส เวรี่ ทอล แอนด์ เวรี่ ธิน....