ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โคห์ลราบี (Kohlrabi) คู่แข่งมะละกอ?

“โคห์ลราบี” (Kohlrabi) อเมริกันออกเสียงว่า “โคล-เลอ-รา-บิ” รู้จักกันในชื่อว่า “กะหล่ำปม” เป็นผักชนิดหนึ่งที่มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคล้ายดาวเทียม เพราะหัวของมันเป็นทรงกลม กลิ้งได้เหมือนลูกเงาะ มีก้านและใบยืดยาวออกมาบนหัวของมัน จะเป็นหัวผักไชท้าวก็ไม่ใช่ จะเป็นผักคะน้าก็ไม่เชิง เนื้อข้างในมีสีขาวอมเหลืองนิดๆ แต่มีความกรุบกรอบเวอร์วังและความฉ่ำน้ำม๊วกๆ เนื้อด้านในมีความใกล้เคียงก้านคะน้า กลิ่นก็คล้ายกันมั๊กมาก แต่มีรสหวานกว่าเล็กน้อย 

น้องผักดาวเทียม


เรามาอยู่อเมริกาปลูกผักทานเองทุกปี ปีนี้เป็นปีแรกค่ะ ที่ปลูก โคห์ลราบีหรือกระหล่ำปม ชื่อเสียงเค้าคือดังมากยิ่งกว่าชุปเปอร์สตาร์ในกลุ่มคนไทยต่างแดน เรื่อง “คู่แข่งมะละกอ”


ต้นอ่อนโคลห์ลราบี มีลักษณะคล้ายต้นอ่อนกระหล่ำ

การปลูก วิธีการปลูกของเราไม่มีอะไรซับซ้อนนะ เราปลูกแบบเรียบง่าย ทิ้งๆ ขว้างๆ ซื้อต้นกล้ามา 4 ต้น ราคา $2.99 (ประมาณ 90 บาท) ลงดินที่เตรียมไว้ในตอนเย็นเพราะแดดไม่ร้อน ต้นกล้ามีเวลาพักฟื้นตัวและปรับสภาพใต้แสงจันทร์ ก่อนจะถูกแผดเผาด้วยแสงแดดอันร้อนระอุ ไม่แพ้หน้าร้อนช่วงสงกรานต์ในบ้านเรา ปลูกให้ห่างกันประมาณ 50-60 เซนติเมตร (พื้นที่เรามีจำกัด) จากนั้นรดน้ำ เป็นอันเสร็จจร้าา ตื่นเช้ามากำลังจะรดน้ำสวน ตั๊ลล๊าาาวว! ผักที่ปลูกลงดินเมื่อคืนหายเกลี้ยง เหลือแต่ตอ! ใช่แล้วววจร้าา เจ้ากระต่ายตัวน้อยตัวนิดกินหมดสวน T__T อารมณ์ในตอนนั้นคือ อยากกินกระต่ายย่างขึ้นมาทันทีเลยจร้าาพี่น้องขาาา หลังจากนั้น พอใจเย็นขึ้นก็ได้ผงไล่กระต่ายมาโรยล้อมรอบสวนประหนึ่งว่าเป็น “รั้ว” ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่เราไม่ได้เปลี่ยนต้นกล้าใหม่น่ะ ปล่อยทิ้งไว้ตามนั้นเลย ปรากฎว่ามีใบงอกขึ้นใหม่ทุกต้นหลังจากนั้นสองสัปดาห์ ^^


โคห์ลราบีทานอย่างไร 

โคห์ลราบีหรือกะหล่ำปม สามารถใช้ทานได้ทุกส่วน โดยส่วนหัวของมัน เราเพียงแค่ปอกเปลือกสีเขียวที่แข็งออก ก็นำมาทำอาหารได้แล้ว ส่วนก้านและใบก็นำมาทำอาหารได้อร่อยเช่นกัน รสชาดอร่อยไม่แพ้คะน้า 

ชาวอเมริกัน ที่เราเห็นจนชินตาคือ จะทานสดเหมือนมะม่วงดิบ ปอกเปลือกสีเขียวออก แล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำหรือตามชอบ จิ้มกับเกลือ แค่นี้จริงๆ ค่ะ 

จิ้มเกลือกรอบๆ ก็อร่อยไม่หยอก


นอกจากนี้ ยังนิยมนำมาทำอาหารหรือเป็นส่วนผสมในอาหารคาวหวานต่างๆ อีกมากมาย เช่น โคว์สลอ สลัด ขนมปัง ชุป อบเนย เฟรนซ์ฟราย และอื่นๆ 


โคห์ลราบีอบ (Roasted kohlrabi)

โคห์ลราบีบด (คล้ายมันบด) (Mashed kohlrabi)

มัฟฟินโคห์ลราบี (Kohlrabi muffins)


“โคราบี้หรือกระหล่ำปม นิยมนำมารับประทานเป็นสลัด 

และสามารถนำมารังสรรค์อาหารได้หลายเมนู”


โคห์ลราบีหรือกระหล่ำปม มันช่างกรอบอร่อยไม่แพ้กับมะละกอดิบหรือมะม่วงน้ำดอกไม้ในบ้านเราเลย เสียดายไม่เปรี้ยว ซึ่งไม่เพียงแค่ทำส้มตำเท่านั้น เรายังใช้ทำเป็นเป็นอาหารไทยหลายเมนู เช่น แกงส้ม แกงจืด ผัดน้ำมันหอย หรือแม้กะทั้งยำรสแซ่บบ “เจ้าโคห์ลลาบี” ก็ดูจะกลมกลืนเข้ากับอาหารไทยได้อย่างกลมกลืน


เปรี้ยวปาก “โคห์ลราบี” ช่วยได้จ๊ะ

มาอยู่ต่างแดนมะม่วงเปรี้ยวหาทานยากมากนะจ๊ะ ก็ได้เจ้าโคห์ลราบีนี้ล่ะ เอามาดัดแปลง ตัด สับ ตามใจ เติมน้ำมะนาวลงไปตามชอบ เพียงเท่านี้ก็แปลงร่างเป็นยำมะม่วงทันทีทันใจเลยนะเออ



เคล็ดลับคือ ควรเลือกโคราบี้ที่สดไม่แก่หรืออ่อนจนเกินไป ขนาดกำลังพอดี


เรานำมาตำแทนมะละกอ รสชาติคือ อร่อยแซ่บบบ ปัง กรอบ!


ทานครั้งเดียวไม่หมด เก็บไว้ใช้ครั้งต่อไปได้ ไม่ขมนะจ๊ะ!

คนไทยต่างแดน หากต้องการทำเป็น “ส้มตำ” ให้ปอกเปลือกออก แล้วสับหรือขูดเป็นเส้นๆ จากนั้นนำมาตำปรุงรสตามชอบเลยนะค่ะ ไม่ว่าจะ ตำไทย ลาว ปูปลาร้า ตำซั้ว ฯลฯ ทำได้ทุกอย่างหากเครื่องครบ เราทำส้มตำแต่ล่ะที รสชาดไม่เคยซ้ำนะ เพราะไม่มีสูตร ^^ จะทานกับข้าวเหนียวไก่ย่างร้อนๆ หรือขนมจีน ตามด้วยผักสดต่างๆ จะทานแบบใหนก็อร่อยเหาะค่ะ 


หากไม่ชอบกลิ่น ให้แช่น้ำเย็นสัก 30 นาทีก่อน

ส้มตำโคราบี้ แซ่บๆ รสชาติเข้มข้นจัดจ้าน อร่อยไม่แพ้มะละกอเลยทีเดียว


โคห์ลราบีหรือกระหล่ำปม สามารถทำอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะอาหารไทย-หรั่ง เจ้าผักดาวเทียมก็กลมกลืนได้ทุกวัฒนธรรมอาหารคาวหวาน ส่วนตัวเราให้คะแนนความกรุบกรอบเต็มสิบ! ส่วนเรื่อง กลิ่นและรสชาติ คือก้านผักคะน้าดีๆ นี้เองค่ะ เมนูแนะนำน่าลองสำหรับอาหารไทย “ผัดซีอิ๊วและราดหน้า” นะจ๊ะ!


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บิสมาร์ค (Bismarck) เมืองเล็กไม่ดัง.. แต่เที่ยวแล้วสบายใจ

บิสมาร์ค (Bismarck) เป็นเมืองเล็กๆ น่ารักตั้งอยู่ตรงกลางภาคเหนือ ของอเมริกา อยู่ริมแม่น้ำมิสซูรี่ (Missouri River) หน้าหนาว อากาศหนาวหิมะแทบท่วมหัว แต่พอเข้าหน้าร้อน บอกเลยว่าสวยมาก สวยจนลืมความหนาวที่เคยหนาวไปเลยค่ะ เมืองนี้ไม่วุ่นวาย ผู้คนใจดี มีแต่ความสโลว์ไลฟ์แบบอบอุ่นๆ เหมือนทุกคนในเมืองรู้จักกันหมดเลย แต่ก็ยังมีห้าง ร้านกาแฟ โรงพยาบาลดีๆ และพื้นที่ธรรมชาติเพียบ! บิสมาร์ค (Bismarck)  อาจไม่ใช่เมืองที่ติดลิสต์ท่องเที่ยวยอดนิยมของอเมริกา  ไม่มีตึกสูง ไม่มีแสงสี ไม่มีแลนด์มาร์กอลังการ  แต่สิ่งที่เมืองนี้มี คือ  พื้นที่หายใจ ความสงบ และกิจกรรมเรียบง่ายที่ทำแล้วรู้สึกดี!  ยิ่งถ้าใครชอบธรรมชาติ ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง หรือเที่ยวกับครอบครัวจะยิ่งหลงรักเมืองนี้ง่ายๆ เอาได้ค่ะ  จะว่าเงียบก็เงียบดี จะว่าเหงาก็มีบ้าง แต่เป็นเมืองที่อยู่แล้วรู้สึกปลอดภัย เรียบง่าย และเหมือนชีวิตได้พักหายใจยาวๆ ⭐ เมืองบิสมาร์ค (Bismarck) เป็นยังไง? เป็นเมืองหลวงของรัฐนอร์ท ดาโกต้า (North Dakota) เมืองสงบ ผู้คนเป็นมิตร ชีวิตสโลว์ไลฟ์ แต่มีครบทุกอย่างที่ต้องการ อากาศ หนาวจัดมาก ฤดูหน...

นิทานสองภาษาเรื่อง “เจ้าป่าจอมตะกละและกระต่ายป่าผู้ชาญฉลาด (The lion and the hare)

Once upon a time, there was a dense forest, where had lots of animals and birds living it. วันซ์ อัพพอน อะ ไทม์, แธร์ วอส อะ เดนส์ ฟอร์เรส, แวร์ แฮด ลอท ออฟ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟวิ่ง อิท. กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว, มีป่าหนาทึบอยู่แห่งหนึ่ง, ที่ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ป่าและนกต่างๆ นานาชนิด อาศัยอยู่ในนั้น. All the animals and birds lived in perfect harmony. No bigger animal or bird ever killed a smaller one for food. ออล เดอะ แอนนิมอล แอนด์ เบิร์ด ลิฟต์-ดึด อิน เพอเฟคท์ ฮาร์มโมนี่. โน บิ๊กเกอร์ แอนนิมอล ออร์ เบิร์ด เอฟเวอร์ คิว-ดึด อะ สมอลเลอร์ วัน ฟอร์ ฟู๊ด. เหล่าสัตว์ป่าและนกนานาชนิด ต่างอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างผาสุข. ไม่มีสัตว์ใหญ่นักล่าไล่ฆ่าสัตว์ตัวเล็กๆ เป็นอาหารเลย หรือแม้กระทั่งพวกนกนักฆ่าเอง ก็ไม่ล่าอาหารเช่นกัน. However, there was one exception, and that was the king of the jungle- an evil lion. The lion hunted around the forest at all times and killed animals for food. ฮาวเอฟเวอร์, แธร์ วอส วัน เอ็กเซ็บชั่น, แอนด์ แธท วอส เดอะ คิง ออฟ เดอะ จังเกิ้ล- อัน อีวิ้ว ไลออน. เดอะ ไลออน ฮัน...

ต่อมความเปรี้ยวทำงาน! ผลไม้จิ้มเกลือของคนไทยไกลบ้าน!

🍋  ผลไม้จิ้มเกลือเมืองนอก..  เมื่อคนอิสานตาดำๆ อย่างเรา ต้องเอาตัวรอดจากความอยาก “ของเปรี้ยวๆ” ในอเมริกา  🇺🇸🌶️ ถ้าคุณเป็นคนเอเชีย โดยเฉพาะคนไทย—อีสานอย่างข้อย! บอกเลยว่า “ต่อมความเปรี้ยว” ในร่างกาย ต้องถูกฝึกใช้งานมาตั้งแต่ยังบ่ฮู้ความแน่นอน โตมากับมะม่วงดิบ มะยม ฝรั่งจิ้มพริกเกลือ เปรี้ยวจนตาเหลือก แต่ใจกะยังยิ้มได้อยู่เด้อจร้า 😆 เราโตมากับ.. ✅ มะม่วงดิบจิ้มพริกเกลือ ✅ มะยมหน้าบ้าน ✅ ฝรั่งรถเข็น ✅ น้ำปลาหวานถุงเล็กๆ ✅ กินไป น้ำลายแตกไป แต่มีความสุขมาก 😭 พอวันหนึ่งต้องย้ายมาอยู่ “ อเมริกา”  ทุกอย่างดูดีหมด ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ ผลไม้ลูกโต สีสวย ดูแพง แต่พอกัดเข้าไปคำแรกเท่านั้นแหละ… “หวาน” “หวานอีกแล้ว” “หวานนนนน.. หวาน!” มะม่วงมีนะ …แต่เป็นมะม่วงสุก❌ ฝรั่งก็มี …แต่หวานกรอบแบบไม่ต้องจิ้มอะไร❌ มะยม?… ขอโทษค่ะ ไม่รู้จัก 😅 ชีวิตคนอิสานตาดำๆ อย่างข้อยจึงเริ่มภารกิจใหม่  ตามหาผลไม้เปรี้ยว ตัดต่อมเปรี้ยวปาก! 🌶️  ผลไม้เมืองนอก 20 อย่าง ตัวแทนผลไม้เปรี้ยว จิ้มพริกเกลือแบบคนอิสานไกลบ้าน บางอย่างเปรี้ยวจริง   บางอย่างเปรี้ยวปลอม แค่หาได้ในอเมริกา … ถือว่า...

เตรียมตัวบิสมาร์ค (Bismarck) 🆚 วีซ่า J1 (Work & Travel) รอดชัวร์! ✈️

น้องๆ ฟังพี่ก่อนนะ… พี่ไม่ได้จะขู่! แต่จะบอกให้เตรียมตัวแบบคนเคยรอดมาแล้วค่ะ 😂 บิสมาร์คไม่ได้น่ากลัว ไม่ได้สวยกิ๊งเหมือนเมืองใหญ่ๆ แต่เป็นเมืองที่ .. “ถ้ารู้จักมันดีๆ จะรักแบบไม่รู้ตัว  เพราะอะไรนะ?” …ก็เพราะมันทั้งหนาว ทั้งเงียบ ทั้งลมแรง แต่คนใจดีสุดๆ! พี่พูดเลยว่า ตอนพี่มาแรกๆ คือยืนงงในดงหิมะ ลมตีหน้า แถมรถไม่มี อาศัยเพื่อนลากไปทำงานทุกวัน 😅 แต่พออยู่เป็น! รู้ทาง! รู้เวลา! รู้วิธีแต่งตัวเอาชีวิตรอด! …ชีวิตคือดีขึ้นแบบทันตาเห็น! โพสต์นี้พี่เลยรวมทุกอย่างที่อยากให้ “น้องรู้ก่อนจะบินมา”  เพื่อไม่ต้องมายืนคิดในใจว่า… “เอ๊ะ นี่เรามาฝึกงาน หรือมาฝึกความแกร่งของชีวิตคะพี่?” 🤣 ✅ 📌 เหมาะกับ J1 / Work / Seasonal /ผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ 1. เตรียมใจเรื่องอากาศก่อนอย่างแรก  🌨️ บิสมาร์ค (Bismarck) หนาวจริง หนาวจัดแบบติดลบสองหลัก หิมะยาวหลายเดือน ลมแรงมาก เดินแล้วน้ำตาไหลเป็นเรื่องปกติ 👉 มาถึงให้รีบซื้อเสื้อหนาวดีๆ ที่ร้านในพื้นที่ เช่น Scheels, Kohl’s จะอุ่นกว่าเสื้อจากไทย (ร้านของใช้มือสองของดีๆ ก็มีนะค่ะ) 📍 น้องๆ ฟังพี่ก่อน… บิสมาร์ค ไม่ได้มีแต่โลกน้ำแข็งนะ! 😂  ?...

นิทานเรื่อง “เจ้าหญิงบนยอดเขาแก้ว” (The Princess On The Glass hill)

Long, long time ago, there lived a farmer who had three sons and forty acres of fields. But every year on mid-summers, every last plant on his land was eaten. The farmer sent his three sons out to guard the field the next year. ลอง, ลอง ไทม์ อะโก, แธร์ ลิฟ-ดึด อะ ฟาร์มเมอ ฮู แฮด ตรี ซัน แอนด์ ฟอร์ตี้ เอเคอร์ ออฟ ฟิล์ด. บัท เอเวอรี่ เยียร์ ออน มิด-ซัมเมอร์, เอเวอรี่ ลาสท์ แพลนท์ ออน ฮีส แลนด์ วอส อีท-ทีน. เดอะ ฟาร์มเมอ เซนท์ ฮีส ตรี ซัน เอาซ์ ทู การ์ด เดอะ ฟิล์ด เดอะ เน็ทซ์ เยียร์. กาลครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว, ชาวนาคนหนึ่ง เค้ามีลูกชายอยู่ด้วยกันสามคน และชาวนามีที่ทำกินสี่สิบเอเคอร์ (ประมาณร้อยกว่าไร่). แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางฤดูร้อนของทุกๆ ปี, ผลผลิตในไร่ของเค้าก็มักจะถูกทำลายเสียหายเรื่อยมา. ดังนั้น ชาวนาจึงได้ส่งลูกชายทั้งสามคนของเค้า ให้ออกไปเฝ้าดูแลผลผลิตในไร่. The oldest son, Barty, was very tall and very thin.  The middle son, Otis, was very fat and lazy.  That night he heard a scream and ran from the field. เดอะ โอลด์เดสท์ ซัน, บาร์ตี๊, วอส เวรี่ ทอล แอนด์ เวรี่ ธิน....